เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. แกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดย นายสุทิน คลังแสง อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย น.ส.จิราพร สินธุไพร อดีต สส.ร้อยเอ็ด เขต 5 รวมถึงนายดนุพร ปุณณกันต์ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ อ.เกษตรวิสัย อ.สุวรรณภูมิ และ อ.ปทุมรัตน์ จ.ร้อยเอ็ด ปราศรัยหนุน นายทองลี มีหินกอง อดีตประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.ร้อยเอ็ด เขต 6 และนางนวรัตน์ พาโคกทม อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้เสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.ร้อยเอ็ด เขต 7 โดยมีประชาชนในพื้นที่มาร่วมฟังการปราศรัยนับหมื่นคน
โดยนายสุทิน กล่าวว่า “มีพรรคการเมืองบอกมีเราไม่มีเทา ส่วนพรรคเพื่อไทย มีเราไม่มีหนี้ เพราะมีแผนใช้หนี้ให้ประชาชนเป็นระดับ และไม่มีพรรคไหนปราบคอลเซ็นเตอร์จริงจังเหมือนพรรคเพื่อไทย บอกให้ไปตัดไฟก็ไม่ตัด ท่านทักษิณเลยพูดมัวแต่รำวงอยู่ คนที่รำวงก็คืออนุทิน ชาญวีรกูล สมัยเป็น รมว.มหาดไทย พรรคเพื่อไทยฆ่าไม่ตาย ถ้ากลับมาเป็นรัฐบาลอีกจะจัดการให้หมด”

ด้าน น.ส.จิราพร กล่าวตอนหนึ่งว่า “พรรคเพื่อไทยผ่านการถูกยุบพรรค ถูกตัดสิทธิทางการเมืองมาหลายครั้ง แต่ยังยืนหยัดอยู่ได้เพราะการสนับสนุนของพี่น้องประชาชน แม้จะมีคนเปลี่ยนอุมการณ์ออกจากพรรค แต่จุดยืนประชาธิปไตยที่กินได้ยังคงอยู่ ดังนั้นเมื่อพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด เขต 6 และ เขต 7 ว่างลง พรรคเพื่อไทยจำเป็นต้องสรรหาผู้สมัครใหม่ที่จะสานต่ออุดมการณ์ประชาธิปไตยที่กินได้ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่”
นายดนุพร ปราศรัยว่า ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยได้ที่นั่งไม่ถึงกึ่งหนึ่งของสภา เวลาทำนโยบายจึงไม่ราบรื่นเท่าสมัยไทยรักไทย และพรรคเพื่อไทยไม่มีพรรคสาขา ขอให้พี่น้องประชาชนช่วยกันเลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนทั้งพรรค ไม่ต้องแบ่งใจให้ใคร ให้พรรคเพื่อไทยชนะเป็นพรรคอันดับหนึ่ง กลับมาเป็นรัฐบาล

ทั้งนี้ พื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด เขต 6 นายกิตติ สมทรัพย์ อดีต สส.พรรคเพื่อไทย ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทยจึงเปิดตัว นายทองลี มีหินกอง อดีตประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ท้าชนเพื่อทวงพื้นที่คืน
ในขณะที่ จ.ร้อยเอ็ด เขต 7 นายศักดา คงเพชร อดีต สส.พรรคเพื่อไทย ที่สอบตกในปี 2566 ย้ายไปสังกัดหลายพรรคการเมือง ล่าสุดไปพรรคกล้าธรรม พรรคเพื่อไทยได้เปิดตัว นางนวรัตน์ พาโคกทม อดีตสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด ลงสมัครในเขตนี้ โดยมีคู่แข่งคนสำคัญคือ ชัชวาลย์ แพทยาไทย อดีต สส.พรรคไทยสร้างไทย




