นั่งดูแล้วฉอดเก่ง คนทำงานเขารู้น่า ว่า สถานการณ์แบบนี้มันต้องทำอย่างไร โดยเฉพาะในขณะที่เขมรพยายามสุดความสามารถให้โลกล้อม กดดันไทย

พูดก็พูดเถอะ เห็นมี“กูรู”บางนางออกมาฉอดๆๆ แบบเก่งกล้าสามารถเสียเต็มประดา ต่างก็อวดว่ารู้ดี รู้เยอะ แต่ดูเหมือนอัตตาท่วมหัวเริ่มไม่ค่อยฟังเวลาใครท้วงติง รายการอะไรก็อย่าเชิญไปออกนักเลย มันจะยิ่งก่อความขัดแย้ง ขณะนี้ทีมไทยกำลังทำงานอย่างสุดความสามารถในการบีบให้เขมรต้องยื่นขอเจรจาเอง ซึ่งทีมไทยไม่ขอก่อน เพรา“สันดานละแวก”มันจะเอาไปตีฟูว่า มันเป็นฝ่ายชนะ และจะยื่นข้อเสนอข้อเรียกร้องอะไรมาอีก 

 เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. “รมต.อ้วน” สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ร่วมประชุม รมต.ต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษ ที่กัวลาลัมเปอร์ พร้อมประกาศท่าทีไทยชัดเจน “ที่ผ่านมา ไทยได้ใช้ความอดกลั้นอย่างถึงที่สุด แต่ไทยไม่อาจเพิกเฉยต่อการละเมิดข้อตกลงในแถลงการณ์ร่วมระหว่างไทยกับกัมพูชาที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้ รวมถึงการวางทุ่นระเบิด ซึ่งยังก่อให้เกิดความสูญเสียและเป็นภัยต่อพลเรือนและทหารอย่างต่อเนื่อง วันที่ 21 ธ.ค.ก็มีเหตุจากทุ่นระเบิดใหม่อีก”

“ ไทยได้ชี้แจงให้ประเทศสมาชิกอาเซียนทราบถึงข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและแจ้งจุดยืนของไทย โดยเฉพาะเงื่อนไขสำคัญ 3 ประการที่จะนำไปสู่การหารือเพื่อลดระดับความตึงเครียดที่จะนำไปสู่สันติภาพ ได้แก่ (1) กัมพูชาจะต้องเป็นฝ่ายประกาศหยุดยิงก่อน (2) การหยุดยิงของฝ่ายกัมพูชาจะต้องเกิดขึ้นจริงและต่อเนื่อง โดยจะต้องมีการตรวจสอบโดยฝ่ายทหารตามความเป็นจริงในพื้นที่ และ (3) ฝ่ายกัมพูชาจะต้องร่วมมือเก็บกู้ทุ่นระเบิดกับฝ่ายไทยอย่างจริงจัง

 “รัฐบาลไทยพร้อมที่จะหารือบนพื้นฐานของผลประโยชน์ อธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของชาติเป็นสำคัญ ไทยยังคงปรารถนาสันติภาพ แต่สันติภาพที่ยั่งยืนจะต้องมาพร้อมกับความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนไทย ซึ่งฝ่ายไทยหวังที่จะเห็นความจริงใจของกัมพูชาสะท้อนผ่านการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เพื่อสันติภาพที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงสันติภาพที่อยู่บนกระดาษเท่านั้น” นี่คือการเรียกร้องความจริงใจ ต่อเขมร

ว่ากันว่า การเจรจาของเขมร นำโดยนายปรัก สุคน เสียท่าไปพอสมควร จากที่หวังให้อาเซียนกดดันไทย กลายเป็นว่า “ให้ไปคุยกันเอง” จึงนำไปสู่การต้องพูดคุยในคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ( GBC ) ในวันที่ 24 ธ.ค.นี้ ที่จันทบุรี ซึ่ง รมต.อ้วนให้สัมภาษณ์ถึงเล่ห์เขมรเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.ว่า  “กัมพูชาไปบอกกับนานาชาติว่าเขาหยุดยิง นานาชาติจึงมาถามว่าทำไมไทยถึงไม่หยุดยิง เราได้ชี้แจงไปว่าการหยุดยิงเป็นสิ่งที่สำคัญต้องพูดคุยกันทั้งสองฝ่าย”

 รมต.อ้วนบอกว่า ที่ประชุมอาเซียนขอให้กัมพูชามาพูดคุยกับเรา ไม่ใช่ไปพูดคุยกับโลก แล้วให้โลกมาบอกเรา.. ดูสิ่งที่เขมรเฝ้าทำแล้วก็หนักใจแทน พยายามจะเล่นบทเหยื่อต่อสายตาโลก เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ประเทศนี้ก็ร่อนแถลงการณ์โกหกหน้าตาย “ตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค.68 กัมพูชาตกเป็นเป้าหมายการรุกรานทางทหารอย่างเปิดเผยและจงใจโดยกองทัพไทย กัมพูชาไม่สามารถเป็นผู้รุกรานได้ เพราะเราเป็นประเทศเล็ก ไม่ตั้งใจโจมตีเพื่อนบ้านที่มีอำนาจมากกว่าถึง 3 เท่า

  แถลงการณ์ที่ฟ้องโลก อ้างว่า ไทยโจมตีในลักษณะ“เกินกว่าสิทธิป้องกันตัว” และเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศ “ระบุการรุกรานนี้ตามความเป็นจริง” และว่า“ความเงียบยิ่งกระตุ้นให้เกิดการละเมิดเพิ่มเติม” นี่คือการใกล้เข้าภาวะจนตรอก ไทยยิ่งต้องเร่งให้เขมรต้องทำตามเงื่อนไข ที่สำคัญคือ การชดใช้ค่าเสียหาย ขณะเดียวกัน ต้องระวังมหาอำนาจบางประเทศที่ผู้นำบ้าอยากได้โนเบลสันติภาพมากดดันโดยไม่รู้สถานการณ์ในพื้นที่

เหตุการณ์ใกล้งวดใกล้จบแบบนี้ ต้องให้กำลังใจฝ่ายทูต ฝ่ายทหารไทยเยอะๆ ฝ่ายฉอดก็อย่าบั่นทอนคนทำงาน