เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร กรรมการ กสทช. ด้านกฎหมาย เปิดเผยกับ “เดลินิวส์” ว่า สำนักงาน กสทช. ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยความมั่นคง และตำรวจในการกวดขันจับกุมโดรน หรือ อากาศยานไร้คนขับ ที่นำเข้ามาโดยไม่ได้ขออนุญาตจากสำนักงาน กสทช. โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ที่ผ่านมาได้ตรวจค้นโกดังที่ จ.ปทุมธานี พบโดรนผิดกฎหมายจำนวน 2,500 ลำ จึงทำการยึด สอบสวนขยายผล เพื่อป้องกันการนำโดรนที่ไม่ได้รับอนุญาตมาใช้กระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะปัจจุบันเกิดเหตุไม่สงบบริเวณชายแดน และพบมีการนำโดรนมาเป็นอุปกรณ์ด้านความมั่นคง ในการโจมตี และสอดแนมอย่างต่อเนื่อง
“ สำนักงาน กสทช. เป็นหน่วยงานกำกับดูแล การนำเข้าต้องได้รับอนุญาตก่อน ส่วนสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ กพท. จะเป็นหน่วยงานควบคุมการบิน ใครจะนำโดรนขึ้นบินต้องขออนุญาต จาก กพท. ซึ่งช่วงที่ผ่านมา กสทช. ได้ออกประกาศ โดยใครที่ต้องการซื้อโดรนจากร้านจำหน่ายต้องมายื่นขออนุญาตจดทะเบียนจาก สำนักงาน กสทช.ก่อน แล้วจึงค่อยนำใบอนุญาตไปรับโดรนจากร้านค้า เพื่อเป็นการควบคุมและให้สามารถตรวจสอบได้ หากนำโดรนไปใช้ในทางผิดกฎหมาย ซึ่งในส่วนกรณีการนำโดรนขึ้นบินใกล้นามบินสุวรรณภูมิและทางตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้นั้น เป็นเหตุการณ์คนละส่วนกันกับการจับกุมโดรนจำนวน 2,500 ลำ ดังกล่าว”
พล.ต.อ.ณัฐธร กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา สำนักงาน กสทช.มีการจับกุมโดรนที่ลักลอบนำเข้าอย่างผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนกัมพูชา สำนักงาน กสทช. ก็ได้ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการสืบสวนการลักลอบนำโดรนเข้ามาโดยไม่ได้ขออนุญาต โดยส่วนใหญ่จะนำไปแอบซ่อนตามโกดังเก็บของต่างๆ ก่อนนำออกมาลักลอบจำหน่าย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโดรนขนาดเล็กติดกล้อง ที่ใช้ในการสอดแนมได้ ไม่ใช่โดรนโจมตีที่ใช้ในทางการทหาร ซึ่งโดยพฤติกรรมส่วนใหญ่ การบินโดรนจากชายแดนเข้ามาถึงเมืองชั้นในเป็นเรื่องยาก ส่วนใหญ่จะใช้วีธีการลักลอบขนเข้ามายังพื้นที่เป้าหมายแล้วจึงนำโดรนขึ้นบิน เหมือนกรณีสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งการป้องกันเหตุด้านความมั่นคง จึงต้องมีการกวดขันสืบสวนจับกุมอย่างเข้มงวด ซึ่งทางสำนักงาน กสทช.จะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวของดำเนินการเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องต่อไป



