สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ว่าในแฟ้มคดีชุดล่าสุด ทรัมป์บอกว่า ตนไล่เอปสตีนออกจากการเล่นกอล์ฟ ที่สนามแห่งหนึ่งในรัฐฟลอริดา  “เพราะเขาเป็นคนน่ารังเกียจ” รวมถึงยังเคยกล่าวไว้ว่า พวกเขาแตกหักกันเมื่อเอปสตีน “ขโมย” หญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งเป็นพนักงานสปาในสนามกอล์ฟของทรัมป์

แต่ขณะเดียวกัน เอกสารเน้นย้ำถึงความสนิทสนมของประธานาธิบดีและเอปสตีน ซึ่งรวมถึงบันทึกจากอัยการรัฐบาลกลางนิวยอร์กในเดือน ม.ค. 2563 เกี่ยวกับสอบสวนนางกิสเลน แม็กซ์เวลล์ ผู้สมรู้ร่วมคิดของเอปสตีน ซึ่งระบุรายละเอียดการเดินทางซ้ำ ๆ ของทรัมป์ 8 เที่ยวบิน ระหว่างปี 2536-2539 ด้วยเครื่องบินส่วนตัวของเอปสตีน

มีรายงานว่า เที่ยวบินหนึ่งมีผู้โดยสารเพียงสามคน ได้แก่ เอปสตีน ทรัมป์ และชายหนุ่มอายุ 20 ปี ซึ่งยังไม่มีการระบุชื่อ

อย่างไรก็ตาม กระทรวงยุติธรรมสหรัฐออกมาโต้แย้งอย่างรวดเร็วเกี่ยวกับ “จดหมาย” ที่เขียนด้วยลายมือ ซึ่งเผยแพร่ในชุดเอกสารล่าสุด ที่อ้างว่า เขียนโดยเอปสตีนขณะอยู่ในเรือนจำ ถึงนายแลร์รี นาสซาร์ อดีตแพทย์ประจำทีมยิมนาสติกของสหรัฐ ซึ่งถูกจำคุกในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศนักกีฬาหญิงอย่างรุนแรง

ในจดหมาย เอปสตีนบ่นกับนาสซาร์ ว่า พวกเขาถูกจำคุกขณะที่ “ประธานาธิบดีชื่นชอบเด็กสาววัยรุ่นเหมือนกับเรา เมื่อมีสาวสวยเดินผ่านไป เขาก็ชอบ ‘ฉก’ เหมือนกัน”

ในแถลงการณ์ กระทรวงยุติธรรมกล่าวว่า สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ยืนยันแล้วว่า จดหมายที่อ้างว่า เป็นลายมือของเอปสตีนเขียนถึงนาสซาร์นั้น “เป็นของปลอม” เนื่องจากจดหมายฉบับดังกล่าวประทับตราไปรษณีย์ 3 วัน หลังเอปสตีนเสียชีวิต และเข้าสู่ระบบไปรษณีย์ในรัฐเวอร์จิเนีย แต่เจ้าตัวอยู่ในเรือนจำที่รัฐนิวยอร์ก

อีเมลอย่างน้อย 2 ฉบับระบุถึง “ผู้สมรู้ร่วมคิด” ที่ไม่ระบุชื่ออีก 10 คนของเอปสตีน ขณะที่นายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยของพรรคเดโมแครตในวุฒิสภา เรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมตรวจสอบผู้สมรู้ร่วมคิดเหล่านี้.

เครดิตภาพ : AFP