สถานการณ์ค่าเงินบาทในปี 2568 ถือเป็นสกุลเงินที่แข็งค่าขึ้นอย่างน่าตกใจ มากสุดเป็นอันดับต้นๆ ของภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่การแข็งค่าพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนทำสถิติใหม่ในรอบหลายปี ซึ่งล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้มีการเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจ เกี่ยวกับเส้นทางการซื้อขายทองคำ จนกระทบให้ค่าเงินผันผวนมากสุด
ในช่วงปี 68 มีถึง 5 เหตุการณ์สำคัญ ที่ทองคำกดดันค่าบาทให้เกิดความผันผวนรุนแรงที่สุดในปี ได้แก่
1. ช่วง Inauguration day (23 ม.ค.-5 ก.พ. 68)
ในช่วงต้นปี ธุรกรรมทองคำเริ่มส่งสัญญาณเป็นแรงกดดันฝั่งแข็งค่าอย่างชัดเจน โดยมีสัดส่วนแรงกดดันจากทองคำอยู่ที่ 39% โดยผลกระทบต่อค่าบาท ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น 1.3% ในช่วงเวลาดังกล่าว
2. ช่วง Liberation day (8-16 เม.ย. 68)
ในช่วงกลางเดือนเมษายน แม้แรงกดดันจากทองคำจะลดสัดส่วนลงมาอยู่ที่ 24% แต่เป็นช่วงที่เงินบาทเผชิญกับแรงกดดันสะสมจากปัจจัยอื่นร่วมด้วย โดยผลกระทบต่อค่าบาท เงินบาทแข็งค่าขึ้นถึง 4.7% ซึ่งถือเป็นช่วงที่มีการแข็งค่ารุนแรงที่สุดเมื่อเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ในช่วงเวลาสั้น ๆ
3. ช่วงหลุด 32 บาท (20 ส.ค.-9 ก.ย. 68)
นี่คือช่วงที่ธุรกรรมทองคำสร้างแรงกดดันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีสัดส่วนสูงถึง 62% ของแรงกดดันทั้งหมด โดยผลกระทบต่อค่าบาท แรงขายดอลลาร์จากภาคทองคำที่มีปริมาณมหาศาล ผลักดันให้ค่าเงินบาทแข็งค่าจนหลุดระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์ โดยในภาพรวมช่วงนี้บาทแข็งค่าขึ้น 2.8%
4. ช่วง Fed dovish (21-28 พ.ย. 68)
ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ธุรกรรมทองคำยังคงเป็นปัจจัยหลักในการกดดันค่าเงิน โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 35% ซึ่งผลกระทบต่อค่าบาท แม้เปอร์เซ็นต์การแข็งค่าจะดูน้อยเพียง 0.9% แต่เป็นการแข็งค่าซ้ำเติมในระดับฐานที่ต่ำอยู่แล้ว
5.ช่วงหลุด 31.8 บาท (11-15 ธ.ค. 68)
เหตุการณ์ล่าสุดในช่วงกลางเดือนธันวาคม แรงกดดันจากธุรกรรมทองคำดีดตัวกลับขึ้นมาอยู่ที่ 45% ผลกระทบต่อค่าบาท ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นอีก 1.2% จนทุบสถิติหลุดระดับ 31.8 บาทต่อดอลลาร์
จะเห็นได้ว่า การเทรดทองคำ (ขายดอลลาร์ซื้อบาท) เป็นตัวการสำคัญทำให้ค่าเงินบาทแข็งอย่างรวดเร็ว ซึ่งกลายเป็นอีกปัญหาเชิงโครงสร้างระบบการเงิน และอัตราแลกเปลี่ยนของไทย ซึ่งไม่ได้เพิ่งมาเป็นตอนนี้ แต่เป็นมาระยะหนึ่งตั้งแต่ต้นปีแล้ว
แต่ที่น่าตกใจ คือที่ผ่านมาประเทศไทย ยังไม่มีหน่วยงานเจ้าภาพหลัก เข้ามาดูแลการเทรดทองอย่างจริงจัง ทั้งที่ปัจจุบัน มูลค่าการเทรดทองเฉลี่ยสูงถึงวันละ 6.5 หมื่นล้านบาท แซงหน้าการเทรดหุ้นไปแล้ว และบางวันพีคซื้อขายสูงถึงวันละ 2.5 แสนล้านบาท ทีเดียว
ดังนั้นจึงฝากความหวังไว้ว่า การที่กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และ ก.ล.ต. เริ่มต้นทำงานร่วมกันนี้ โดยให้ แบงก์ชาติ เป็นเจ้าภาพหลักในการดูแลเทรดทองบนแพลตฟอร์มออนไลน์ จะเป็นการนับหนึ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างทางการเงินของไทยอย่างถูกต้อง เกาถูกที่คันเสียที ทำให้ค่าเงินบาทมีเสถียรภาพ ก้าวทันโลกการเงิน ที่ปรับเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจริง ๆ เสียที



