เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ว่า ที่ประชุมได้อนุมัติหลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดย
เปิดโอกาสให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับรางวัลจากผลงานเชิงประจักษ์ สามารถขอมีหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญและวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษได้

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า การปรับแก้หลักเกณฑ์ดังกล่าวจะช่วยยกระดับวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเปิดทางเลือกให้ครูผู้ที่มีความสามารถสร้างสรรค์ผลงานเป็นที่ประจักษ์จนได้รับรางวัลระดับชาติหรือระดับนานาชาติ สามารถนำรางวัลดังกล่าวมาใช้ในการเสนอขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะ เชี่ยวชาญ และ เชี่ยวชาญพิเศษ ซึ่งหลักเกณฑ์ฯนี้เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครู ว 9 – ว 12/2564 เดิม (ว PA) โดยยังคงใช้รูปแบบการประเมินผ่านระบบ DPA ในด้านที่ 1 ด้านทักษะการปฏิบัติงาน และด้านที่ 2 ด้านผลลัพธ์จากการปฏิบัติงาน โดยได้เพิ่มทางเลือกใหม่สำหรับด้านที่ 3 ด้านผลงานทางวิชาการ

“เราเพิ่มทางเลือกให้ข้าราชการครูที่ได้รับรางวัลสูงสุดระดับชาติหรือระดับนานาชาติตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด สามารถนำรางวัลนั้นมาเสนอเป็นผลงานในด้านที่ 3 ได้ เพราะเราเห็นว่า ครูที่ปฏิบัติงานในหน้าที่
ความรับผิดชอบจนมีผลงานโดดเด่นและได้รับการยอมรับในระดับสูงเช่นนี้ สะท้อนถึงความรู้ความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพและคุณค่าเทียบเท่ากับการสร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการประเภทอื่น และการปรับแก้ดังกล่าวไม่ได้ขัดต่อเจตนารมณ์เดิมของการประเมิน (ว PA) ที่ให้ความสำคัญกับผลการปฏิบัติงานจริงที่ส่งผลต่อผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนและการยกระดับคุณภาพการศึกษา เพียงแต่เพิ่มทางเลือกให้ครูผู้ที่มีผลงานดีเด่นระดับสูง โดยยังคงต้องจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน มีคุณสมบัติตามที่กำหนด และผ่านการประเมินผ่านระบบ DPA เช่นเดิม” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

ด้าน ดร.ธนู ขวัญเดช เลขาธิการก.ค.ศ. กล่าวว่า หลักเกณฑ์นี้จะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค.2569 โดยสำนักงาน ก.ค.ศ. จะดำเนินการตั้ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเฉพาะกิจเพื่อพิจารณารางวัลจากผลงานเชิงประจักษ์ฯ แต่งตั้งเป็นคณะกรรมการประเมินฯ พร้อมจัดทำรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการประเมิน และพัฒนาระบบ DPA ให้รองรับหลักเกณฑ์และวิธีการดังกล่าวต่อไป