เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) พร้อมด้วย พล.อ.บุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก (ที่ปรึกษา ผบ.ทบ.) และอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 (อดีต มทภ.2) และผู้บังคับบัญชาระดับสูง รับมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวกำลังพลที่เสียชีวิตทั้ง 23 ครอบครัว จากเหตุปะทะชายแดนไทย - กัมพูชา จากนายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานกรรมการบริหารของกัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ กองทุน 100 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือและเยียวยาทหารที่ได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
โดย นายสารัชถ์ กล่าวว่า ตนในนามของบริษัทกัลฟ์ ซึ่งเป็นบริษัทคนไทยและในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ที่ได้ติดตามข่าวเรื่องความขัดแย้ง สงครามที่เกิดขึ้นตั้งแต่รอบที่ผ่านมา จึงได้ปรึกษาหารือกับ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. และพล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสธ.ทบ.ว่าอยากมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือร่วมกับกองทัพ ทั้งทางตรง เช่นเทคโนโลยีดาวเทียมที่มีอยู่กับกองทัพ ส่วนทางอ้อม ที่รู้สึกในความเสียสละของทหารที่อยู่แนวหน้า และความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับกองทัพและครอบครัวของทหารแนวหน้าที่จะต้องเสียชีวิตทุกท่าน
นายสารัชถ์ กล่าวอีกว่า บิดาของตนก็เป็นทหารมาก่อน จึงเข้าใจเรื่องพวกนี้ค่อนข้างดี และได้มีการตั้งกองทุน 100 ล้านบาท สําหรับครอบครัวที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ ตั้งแต่ความขัดแย้งรอบที่แล้ว แต่ไม่นึกว่าจะต้องกลับมาต้องใช้ในเรื่องนี้อีก และเห็นว่าใกล้สิ้นปี ถ้าทําพิธีมอบเงินอย่างน้อยช่วยบรรเทาความสูญเสีย รายได้ของทหารที่เป็นเสาหลักของครอบครัว เพื่อสร้างขวัญกําลังใจอย่างหนึ่งให้ทหารที่แนวหน้าและครอบครัวที่ต้องสูญเสีย
นายสารัชถ์ กล่าวว่า ยืนยีนว่า จะไม่ทอดทิ้ง และติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง หากมีอะไรที่สามารถช่วยเหลือมากกว่านี้ ได้แจ้งกองทัพไปแล้วว่า มีความยินดีอย่างเต็มที่ และขอให้ได้แจ้งมา ถือเป็นหน้าที่ของคนไทยคนหนึ่งที่จะต้องรักชาติบ้านเมืองและเสียสละช่วยเหลือทั้งตรงทางอ้อมและจะทําให้ดีที่สุด
ด้าน พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า ตนในฐานะผู้แทนกองทัพบก รวมทั้งผู้บังคับหน่วยที่เกี่ยวข้องจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กองทัพภาคที่ 1 (ทภ.1) และกองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) ซึ่งเป็นหน่วยต้นสังกัดของกำลังพลทุกคนที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ขอขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเห็นได้ว่าการปฏิบัติหน้าที่ทางการทหาร รับผิดชอบในการปกปักรักษาอธิปไตย ซึ่งเขาเหล่านั้นเป็นพ่อ เป็นลูก เป็นบุคคลสำคัญในครอบครัวคงไม่มีใครอยากที่จะไปสูญเสียในลักษณะอย่างนั้น และทำหน้าที่ได้อย่างเต็มกำลังความสามารถแล้ว
พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวอีกว่า กำลังพล ทุกคนต้องสูญเสียไป กองทัพรู้สึกเสียใจ และกำลังพลเหล่านั้นจะจารึกอยู่บนพื้นแผ่นดินแห่งนี้ ทั้งชื่อและนามสกุล จะเป็นเกียรติประวัติให้กับกองทัพและประเทศ ให้ลูกหลานได้รับทราบสืบต่อกันไปในอนาคตว่าพ่อหรือลูกของพวกเขา ได้เสียสละให้กับผืนแผ่นดินแห่งนี้จนหมดสิ้นแล้ว กองทัพบกขอขอบคุณที่เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยดูแลคนที่อยู่ข้างหลังของเขาเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม บริษัทเอกชนรายนี้นี้ได้มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวกำลังพลที่เสียชีวิต ครอบครัวละ 1 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 23 ครอบครัว รวม 23 ล้านบาท



