นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ 1 ม.ค. 69 สมอ.จะบังคับใช้มาตรฐานยูโร 6 หรือมาตรฐานการปล่อยมลพิษของสหภาพยุโรปที่กำหนดระดับสูงสุดของการปล่อยก๊าซพิษจากรถยนต์และยานพาหนะเชิงพาณิชย์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน  เพื่อลดมลพิษทางอากาศจากไอเสียรถยนต์  กับรถบัสและรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ใช้เครื่องยนต์เบนชิน หลังจาก 1 ม.ค. 68 ที่ผ่านมาได้บังคับใช้มาตรฐานยูโร 6 กับรถยนต์ขนาดเล็กที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินไปแล้ว ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม 2.5

ทั้งนี้สมอ.ได้เตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ประกอบการในการยื่นขออนุญาตไปแล้วกว่า 140 ราย เมื่อเดือนพ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้มีผู้นำเข้ารถบัสและรถบรรทุกที่ใช้เครื่องยนต์เบนชิน ยื่นขออนุญาตในระบบอี – ไลเซนท์ แล้ว 5 ราย  และสมอ.ยังได้ดำเนินงานด้านการมาตรฐาน เพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยให้ พร้อมรับกับการเปลี่ยนผ่านจากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ด้วยการกำหนดมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับอีวี อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันสมอ. มีมาตรฐานอีวี แล้ว จำนวน 198 มาตรฐาน พร้อมทั้งส่งเสริมผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมนำมาตรฐานดังกล่าวไปใช้ เช่น มาตรฐานแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า  สายไฟฟ้าสำหรับอัดประจุ  สถานีชาร์จรถไฟฟ้า เต้าเสียบ เต้ารับ เต้ารับต่อยานยนต์และเต้าเสียบยานยนต์ ระบบไฟเตือนการห้ามล้อฉุกเฉิน ระบบจอดรถอัตโนมัติ ระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถอัตโนมัติ และระบบลดความเสียหายจากการชนด้านหน้า

“ในอนาคต ยุโรปมีเป้าหมายในการควบคุมมลพิษจากยานยนต์ที่เข้มงวดยิ่งขึ้น โดยพัฒนามาตรฐาน   ยูโร 7 ต่อยอดจากมาตรฐานยูโร 6 เพื่อควบคุมมลพิษจากยานยนต์ทุกประเภท ทั้งเบนซิน ดีเซล และไฟฟ้า   โดยเน้นการลดมลพิษจากท่อไอเสีย เช่น ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์ และมลพิษที่ไม่ใช่ไอเสีย เช่น ฝุ่นจากเบรกและยาง ควบคู่ไปกับการกำหนดมาตรฐานความทนทานของแบตเตอรี่ อีวี  มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงคุณภาพอากาศและครอบคลุมตลอดอายุการใช้งานจริงของรถ ซึ่งจะเริ่มทยอยบังคับใช้มาตรฐานยูโร 7 ตั้งแต่ปี 69 เป็นต้นไป ซึ่งภาคอุตสาหกรรมของไทยต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการประกาศใช้กฎระเบียบใหม่ที่เข้มงวดมากขึ้น”

 สำหรับมติครั้งนี้เป็นไปตามมติครม.วันที่ 21 ก.พ. 66 เห็นชอบให้กระทรวงอุตสาหกรรมบังคับใช้มาตรฐานการควบคุมปริมาณสารมลพิษที่ปล่อยออกมาจากยานยนต์ไม่ให้เกินเกณฑ์ที่เป็นอันตรายต่อประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็กพีเอ็ม 2.5  และปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศในระยะยาว รวมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อเอื้อให้เกิดการลงทุนจากต่างชาติ ที่เน้นการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูงและพลังงานสะอาดให้ทัดเทียมกับกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปที่ประกาศบังคับใช้มาตรฐานยูโร 6 แล้ว