ช่วงเทศกาลปลายปีอย่างคริสต์มาสและปีใหม่ หลายคนเลือกใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้น ทั้งเพื่อพักผ่อนและใช้เวลาร่วมกับครอบครัว แม้การอยู่ในอาคารจะช่วยลดการสัมผัสมลพิษจากภายนอกได้ในระดับหนึ่ง แต่ขณะเดียวกัน บ้านก็อาจกลายเป็นพื้นที่ที่สะสมมลพิษจากกิจกรรมในชีวิตประจำวัน โดยที่ผู้อยู่อาศัยไม่ทันสังเกต

The Guardian สหราชอาณาจักร เปิดเผยงานวิจัยล่าสุดที่ชี้ว่า มลพิษทางอากาศภายในบ้านที่เกิดจากการเผาไหม้และการทำอาหาร สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ไม่ต่างจากมลพิษในที่อยู่นอกบ้าน ทว่าคนส่วนใหญ่มักมองข้าม

นั่นจึงเป็นเหตุผลให้‘ดร.เจมส์ เฮย์ดอน’ จากมหาวิทยาลัยนอตติงแฮม พร้อมทีมวิจัย ได้ลงพื้นที่วัดคุณภาพอากาศในบ้านเรือนกว่า 20 หลังทั่วสหราชอาณาจักร เป็นเวลา 4 สัปดาห์ โดยบ้านทุกหลังใช้เตาเผาไม้ที่ผ่านการรับรองจาก Defra และได้รับอนุญาตให้ใช้งานในพื้นที่ควบคุมควัน ผลที่ได้ชี้ชัดว่า การเผาไม้สามารถทำให้ระดับมลพิษภายในบ้านพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงกิจกรรมที่เกิดขึ้นเป็นประจำและดูเหมือนไม่มีอะไรน่ากังวล เช่น การจุดเตา เปิดประตูเติมฟืน หรือจัดการกองไฟ

สอดคล้องกับผลการศึกษาของทีมวิจัยจากอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน และมหาวิทยาลัยเซอร์รีย์ ที่สำรวจบ้านในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของอังกฤษและคอร์นวอลล์ เฮย์ดอนแนะนำว่า หากจำเป็นต้องใช้เตาเผาไม้ ควรลดความถี่ในการเติมฟืน เปิดประตูเตาให้น้อยและสั้นที่สุด เพิ่มการระบายอากาศ และหลีกเลี่ยงการจุดเตาเมื่อมีเด็กหรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพอยู่ในห้องเดียวกัน

นอกจากผลกระทบต่อผู้อยู่อาศัยแล้ว การเผาไม้หรือถ่านยังส่งผลกระทบต่อเพื่อนบ้านด้วยเช่นกัน กลุ่มรณรงค์ด้านสุขภาพ Mums for Lungs เปิดเผยว่า ในแต่ละปีมีการร้องเรียนต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกี่ยวกับควันจากเตาเผาของเพื่อนบ้านราว 15,000 ครั้ง ซึ่งเฮย์ดอนกล่าวว่า การยอมรับว่าเตาเผาไม้ไม่ใช่อุปกรณ์ที่ปลอดภัยอย่างที่หลายคนเข้าใจ คือก้าวแรกของการลดความเสี่ยง การเลือกไม่จุดเตาในวันที่อากาศนิ่งหรือคุณภาพอากาศแย่ รวมถึงการปรับปรุงระบบระบายอากาศ สามารถช่วยลดการสัมผัสมลพิษได้จริง

นอกจากการเผาไหม้แล้ว การทำอาหารก็เป็นอีกแหล่งกำเนิดมลพิษภายในบ้านที่พบได้บ่อย ‘ศาสตราจารย์ซาราห์ เวสต์’ จากมหาวิทยาลัยยอร์ก ซึ่งร่วมทำงานในโครงการวิจัย Ingenious ที่ศึกษาคุณภาพอากาศในบ้านกว่า 310 หลังในเมืองแบรดฟอร์ด ระบุว่า ระดับอนุภาคขนาดเล็กที่สูงที่สุดในหลายครัวเรือนมาจากการปรุงอาหาร โดยเฉพาะการทอด

เวสต์เสนอแนวทางป้องกันด้วยวิธีง่ายๆ ที่เรียกว่า ‘ตั้งกระทะ เปิดพัดลม’ หรือ ‘pan on, fan on’ แนวคิดดังกล่าวถูกนำไปใช้จริงด้วยการติดป้ายเตือนบนเครื่องดูดควัน เพื่อกระตุ้นให้เปิดระบบระบายอากาศทุกครั้งที่เริ่มทำอาหาร นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังแนะนำให้เปิดเครื่องดูดอากาศหรือเปิดหน้าต่างเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือสเปรย์ปรับอากาศภายในบ้าน

ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า บ้านอาจไม่ใช่พื้นที่ปลอดมลพิษเสมอไป แต่การปรับพฤติกรรมเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การเผาไม้ การทำอาหาร ไปจนถึงการใส่ใจเรื่องการระบายอากาศ สามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อสุขภาพ และทำให้การใช้เวลาอยู่บ้านเป็นช่วงเวลาที่ปลอดภัยได้มากขึ้น