สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ว่า สภาประชาชนแห่งชาติจีน (เอ็นพีซี) มีมติแก้ไขกฎหมายการค้าต่างประเทศ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2569 โดยมีการเพิ่มบทบัญญัติว่า การค้าต่างประเทศ “ควรรับใช้การพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของชาติ” และช่วยสร้างจีนให้เป็น “ชาติมหาอำนาจทางการค้าที่แข็งแกร่ง” ขณะเดียวกัน ยังมีการ “ขยายและปรับปรุง” เครื่องมือทางกฎหมาย เพื่อรับมือกับความท้าทายจากภายนอก


ขณะเดียวกัน การแก้ไขเนื้อหายังเน้นไปที่ภาคส่วนการค้าดิจิทัลและการค้าสีเขียว ซึ่งรวมถึงบทบัญญัติเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา ที่เป็นการปรับปรุงครั้งสำคัญ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานของข้อตกลงครอบคลุมและก้าวหน้าเพื่อหุ้นส่วนการค้าระหว่างภาคพื้นแปซิฟิก (ซีพีทีพีพี) มากกว่าเป็นเพียงเครื่องมือป้องกันทางการค้า เหมือนการปรับปรุงกฎหมายเมื่อปี 2563 ที่เน้นรับมือสงครามภาษีกับสมัยแรกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ


อนึ่ง จีนเริ่มใช้กฎหมายการค้าต่างประเทศฉบับดังกล่าว เมื่อปี 2537 และผ่านการแก้ไขมาแล้ว 3 ครั้ง นับตั้งแต่จีนเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) เมื่อปี 2544


การแก้ไขครั้งล่าสุดก่อนหน้านี้ เกิดขึ้นเมื่อปี 2545 มอบอำนาจให้ผู้กำหนดนโยบายสามารถตอบโต้คู่ค้าที่พยายามสกัดกั้นการส่งออกของจีน และนำกลไกอย่าง “รายการต้องห้าม” มาใช้เพื่อเปิดพื้นที่ซึ่งเคยถูกจำกัดให้บริษัทต่างชาติเข้าถึงได้.

เครดิตภาพ : AFP