เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 28 ธ.ค. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นำทีมผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เช่น นายวราวุธ ศิลปอาชา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ นายชลัฐ รัชกิจประการ นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ น.ส.นันทนา สงฆ์ประชา น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล นายร่มธรรม ขำนุรักษ์ นายศุภชัย ใจสมุทร นายนิกร จำนง นายสันติ พร้อมพัฒน์ และนายธนกร วังบุญคงชนะ นั่งรถเมล์ไฟฟ้า ออกจากที่ทำการพรรค เพื่อมาลงรับสมัครเลือกตั้ง สส. ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ

โดยผู้สื่อข่าวสอบถามคำพูดของนายอนุทิน ที่บอกว่าวันนี้ “นอนมา” นายอนุทิน พูดติดตลกว่า “นอนมา แต่ไม่มีพระนำ” เมื่อถามว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย จะมีเพิ่มมากกว่า 2 คนหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า น่าจะโอเคแล้ว
จากนั้น เวลา 07.23 น. นายอนุทิน พร้อมผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ได้เดินทางมาถึงสถานที่รับสมัคร โดยได้กล่าวถึงความพร้อมของพรรคภูมิใจไทยว่า พรรคภูมิใจไทยพร้อมตั้งแต่เดือน มิ.ย.แล้ว และวันนี้ไม่ค่อยรู้สึกตื่นเต้น เพราะมาหลายรอบแล้ว

เมื่อถามว่า คาดหวังได้ สส.บัญชีรายชื่อจำนวนเท่าไร นายอนุทิน กล่าวว่า เราก็ต้องคาดหวังให้ได้มากที่สุด แต่ก็ขึ้นอยู่กับประชาชน แต่มั่นใจว่าที่ผ่านมา เราก็ทำงานได้ดี
จากนั้นเวลา 07.35 น. นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ก่อนนำสมาชิกพรรคเข้ารับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ และบุคคลที่พรรคการเมืองเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี โดยผู้สื่อข่าวถามนายกฯ ว่าวันนี้มาจับเบอร์อยากได้เบอร์อะไร นายอนุทิน กล่าวว่า จับได้เบอร์อะไรก็เบอร์นั้น ไม่ได้มีกำหนดไว้ เมื่อถามต่อว่าอยากได้เลขตัวเดียวหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เบอร์อะไรก็ได้
เมื่อถามถึงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ระบุว่าไม่มีนโยบายในการแก้ไขมาตรา 112 แล้ว จะสามารถจับมือร่วมกันได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตนพูดชัดเจนแล้ว เมื่อถามย้ำว่าแต่จะมีมาตรา 112 แต่ในกฎหมายนิรโทษกรรมถือเป็นเงื่อนไขหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยไม่แตะมาตรา 112 ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญหรือเรื่องนิรโทษกรรม เมื่อถามอีกว่าน่าจะเป็นเงื่อนไขใหม่หรือไม่ถ้าพรรคประชาชนจะดันเรื่องนิรโทษกรรม นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่ทราบ แต่พรรคภูมิใจไทยมีแนวทางเช่นนี้
เมื่อถามต่อว่าหากพรรคประชาชนไม่มีนโยบายมาตรา 112 ในการหาเสียงจะเกิดผลดีหรือไม่ดีอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับใคร และเมื่อวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมาก็พูดแล้ว ถ้าไม่มีพรรคไหนที่ใช้นโยบายมาตรา 112 ประชาชนส่วนใหญ่ก็คงสบายใจขึ้น ซึ่งมีประเด็นอื่นๆ อีกที่เราสามารถนำไปหาเสียง สร้างความมั่นใจกับประชาชน
เมื่อถามย้ำว่าหากคนยังมีแนวคิดแบบนี้อยู่จะมีโอกาสสร้างความเข้าใจอะไรหรือไม่ แม้ว่าไม่ได้อยู่ในนโยบายของพรรคประชาชน นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เอานโยบายเรื่องมาตรา 112 ก็ไม่ต้องอธิบายคนอื่น
เมื่อถามอีกว่าทำไมคนมองว่าพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน จะจับมือกันจัดตั้งรัฐบาลได้มากกว่าพรรคภูมิใจไทยจับมือกับพรรคเพื่อไทย นายอนุทิน กล่าวว่า เขาคงเห็นว่าพรรคประชาชนเคยสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยจัดตั้งรัฐบาลในรอบที่ผ่านมา
เมื่อถามต่อว่าในทางกลับกันพรรคภูมิใจไทยก็เคยยกมือให้พรรคเพื่อไทยมาก่อนแล้วทำไมพรรคเพื่อไทยจะยกมือให้พรรคภูมิใจไทยบ้างไม่ได้ ถ้าพรรคภูมิใจไทยได้คะแนนดีกว่า นายอนุทิน กล่าวว่า สุดท้ายก็คือเลือกตั้ง ก็ต้องดูผลของการเลือกตั้งก่อนเป็นหลัก เพราะคือการที่เราจะนำการตัดสินใจของประชาชนมาหาแนวทางในการฟอร์มรัฐบาล หรือว่าจะต้องไปเป็นฝ่ายค้าน

เมื่อถามอีกว่าถ้าหากคราวนี้ได้กลับมาเป็นรัฐบาลจะมั่นใจหรือไม่ว่าจะไม่มีอุบัติเหตุทางการเมืองที่ทำให้เปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีเหมือนครั้งที่แล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า อะไรก็เกิดขึ้นได้ พรรคภูมิใจไทยถึงต้องมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีมากกว่า 1 คน เพราะสมัยก่อนมีแค่ 1 คน ตอนนี้เพิ่มมาอีก 1 คน คงไม่ต้องใช้ไปถึงคนที่ 3
เมื่อถามต่อว่าถ้าหากมีการโหวตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคภูมิใจไทยในลำดับที่ 2 จะได้รับการยอมรับจากพรรคอื่นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ก็นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ

เมื่อถามว่าได้วิเคราะห์หรือไม่ว่า สส.บัญชีรายชื่อของพรรคภูมิใจไทย ตั้งเป้าได้ถึง 15 รายชื่อหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มั่นใจว่าได้มากกว่าเดิม ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าครั้งที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยได้สส.บัญชีรายชื่อ 3 คน นายอนุทิน ยิ้ม ว่าครั้งนี้ได้มากกว่าเดิม
เมื่อถามว่าวันนี้นายสีหศักดิ์ ไม่ได้มาด้วยหรือ นายอนุทิน กล่าวว่า นายสีหศักดิ์ไม่ได้ลง สส.บัญชีรายชื่อและวันนี้มีภารกิจเดินทางไปสาธารณรัฐประชาชนจีน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่นายอนุทินเดินเข้ามายังโรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ กลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ (Con for All) นำโดย น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ มายด์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ยืนชูป้ายอยู่บริเวณด้านข้าง ฝั่งขวามือที่นายอนุทินเดินผ่าน โดยเมื่อนายอนุทินเดินผ่าน น.ส.ภัสราวลี ได้พูดผ่านเครื่องขยายเสียง ว่า ในวันเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 69 ที่จะมีการลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ พรรคภูมิใจไทยจะเห็นชอบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่ นายกฯ จะเลือกอะไร
จากนั้น น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกฯ ได้เดินผ่านกลุ่มประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ และถูกเชิญให้ตอบคำถาม ซึ่ง น.ส.ไตรศุลี ตอบว่า เรื่องนี้เป็นท่าทีความเห็นส่วนตัว ว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ แต่ถ้าจะถามในภาพรวมของพรรค ยังไม่สามารถตัดสินใจแทนพรรคได้.



