เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เดินทางมายังโรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงบรรยากาศการเมืองในช่วงเปิดฤดูกาลเลือกตั้ง โดยเผยว่า ในสังคมการเมืองมีทั้งการเมืองเก่าและการเมืองใหม่ ซึ่งพรรคประชาชน หรือ พรรคส้ม เมื่อเป็นพรรคการเมืองใหม่ก็ต้องเปิดใจรับฟัง ไม่ควรกล่าวโทษฝ่ายการเมืองเก่าว่าเป็นต้นเหตุปัญหา พร้อมพาดพิงถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าการอ้างความเป็นการเมืองใหม่ไม่สอดคล้องกับพฤติกรรมทางการเมืองที่ผ่านมา
นายชูวิทย์ กล่าวต่ออีกว่า คุณไปจับมือกับเขาเองแล้วต่อมาพวกคุณก็ตกลงกันไม่รู้เรื่องแล้วก็ไม่พอใจกัน แล้วพวกคุณก็ยุบสภา แล้วก็เสียเงินค่าเลือกตั้งกว่าหมื่นล้าน นายชูวิทย์ตั้งคำถามว่า เป็นความผิดของตนหรือ

วันนี้คุณหันหน้ามาหาประชาชน มาหาตน มายกมือไหว้ เชิญชวนให้มาเลือกตั้ง ทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของตน ตนเลือกตั้งไปแล้ว เวลาที่คุณไปจับมือตกลงกัน คุณเคยถามผมหรือไม่ เคยถามประชาชนอีกกว่า 13-14 ล้านเสียงที่เขาเลือกหรือไม่ ซึ่งในปัจจุบันพวกคุณมีการแบ่งขั้วกัน คุณให้ประชาชนไปเลือกเอาว่าจะเลือกใคร จะเลือกฝั่งไหน ทั้งที่ประชาชนส่วนใหญ่เป็นเพียงคนทำมาหากิน ไม่ได้รับรู้หรือมีส่วนร่วมในการเจรจาทางการเมืองเบื้องหลัง แต่กลับต้องรับผลจากการตัดสินใจของนักการเมือง
ตนย้ำว่า ตนมีสิทธิ 100% ที่จะออกมาวิจารณ์การเมืองไม่ได้โกรธแค้น แต่รู้สึกผิดหวังต่อพรรคการเมืองที่เคยเลือก และยังยืนยันว่าจะให้โอกาสพรรคการเมืองใหม่ต่อไป พร้อมระบุว่า การวิพากษ์วิจารณ์ของตนเป็นการ “สอนบทเรียนทางการเมือง” ไม่ได้เป็นการตำหนิ เพื่อไม่ให้นักการเมืองหลงตัวเอง

นายชูวิทย์ยังตั้งข้อสังเกตถึงนโยบายต่าง ๆ ของพรรคการเมืองว่า ประชาชนไม่เคยถูกถามความเห็นว่าต้องการอะไรจากพรรคการเมือง นอกจากนี้ นายชูวิทย์ กล่าวว่า ตนมีสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ทุกพรรคการเมือง รัฐบาลชุดใหม่ต่อไปนี้ จะเป็นรัฐบาลผสม ซึ่งคาดว่าอยู่ได้ไม่เกิน 1 ปี เพราะเป็นรัฐบาลผสมมีความเปราะบาง ไม่แข็งแกร่ง
“ตนจะเดินสายแสดงความคิดเห็นในฐานะประชาชนทั่วไป ไม่ได้เป็นศัตรูกับนักการเมืองคนใด แต่ต้องการสะท้อนความผิดหวัง และเรียกร้องให้พรรคการเมืองเลิกแบ่งขั้ว เลิกสร้างแรงกดดันให้ประชาชน และหันมารับฟังเสียงประชาชนอย่างแท้จริง” นายชูวิทย์ กล่าวทิ้งท้าย



