จากกรณีตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) เปิดยุทธการ “Black Mirror TKP” ตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัยจำนวน 22 จุด ใน 5 จังหวัดสำคัญ ภายหลังสืบสวนพบความเชื่อมโยงกับเครือข่ายค้ายาเสพติดและฟอกเงิน

ผลการตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับรวม 7 ราย และตรวจพบเส้นเงินหมุนเวียนกว่า 2 หมื่นล้านบาท เชื่อมโยงกับบริษัทขนส่ง 4 แห่ง ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการฟอกเงิน หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมเป็นผู้สมัคร สส.เขตฝั่งธนบุรี พรรคประชาชน (ยกเว้นแขวงศิริราช) ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำและนำตัวเข้ากองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อเตรียมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ

ล่าสุด พรรคประชาชน ได้แถลงขอโทษ โดยทางนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคประชาชน ในฐานะผู้รับผิดชอบแคมเปญเลือกตั้งกรุงเทพฯ แถลงข่าวด่วน โดยระบุว่า ได้โทรศัพท์ไปสอบถามตารางการหาเสียงช่วงปีใหม่ของนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้สมัคร สส.เขตบางพลัด-บางกอกน้อย จึงได้ทราบว่าบุญฤทธิ์ถูกออกหมายจับเนื่องจากมีชื่อในบริษัทที่เชื่อมโยงกับการฟอกเงิน และต้องกราบขอโทษพี่น้องประชาชนอย่างสูง โดยเฉพาะชาวบางพลัดและบางกอกน้อย พรรคได้ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของผู้สมัครทุกคนอย่างละเอียด แต่ในกรณีของบุญฤทธิ์ ไม่มีการออกหมายเรียก ออกมาเป็นหมายจับเลย

สำหรับประวัติและแนวคิดทางการเมืองของนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์

ประวัติการศึกษา จบการศึกษาจากเตรียมอุดมศึกษา แล้วไปจบรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง ประกาศนียบัตร ประเมินราคาทรัพย์สิน ม.ธรรมศาสตร์ ปริญญาโท พาณิชยศาสตร์และการบัญชี ม.ธรรมศาสตร์ ประวัติทำงาน Project Coordinator บริษัท N.C.C.Image, Sales Executive บริษัท Bangkok Gems and Jewelry Fair ผู้จัดการฝ่ายขาย Renovate บริษัท บางกอกแอสเซส จำกัด และ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่าย REIT บริษัท Innotech Asset Management

ก่อนหน้านี้ นายบุญฤทธิ์ เคยเปิดเผยประวัติและแนวคิดทางการเมืองผ่านโพสต์ในโซเชียลมีเดีย และได้แนะนำตัวต่อประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นทางการ

นายบุญฤทธิ์ ระบุว่า ตนเริ่มต้นชีวิตจากการเป็นแรงงานรายวัน ก่อนก้าวเข้าสู่การทำงานด้านการบริหารในภาคอสังหาริมทรัพย์ ประสบการณ์ทั้งจากโลกของแรงงานและโลกของธุรกิจ ทำให้เห็นปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างชัดเจน และเชื่อว่าความเจริญจะไม่มีความหมาย หากยังมีคนบางกลุ่มถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

ตลอดระยะเวลากว่าสิบปีที่ผ่านมา นายบุญฤทธิ์ ทำงานอยู่เบื้องหลัง คอยติดตามและรับฟังปัญหาของพื้นที่บางพลัดและบางกอกน้อยมาอย่างต่อเนื่อง แม้พื้นที่จะมีการพัฒนาและมีตึกสูงเพิ่มขึ้น แต่เขาตั้งคำถามว่าความเจริญดังกล่าว ได้ทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชน “อยู่ได้” และ “อยู่ดี” จริงหรือไม่

สำหรับเหตุผลในการตัดสินใจก้าวเข้าสู่สนามการเมือง นายบุญฤทธิ์ ระบุว่า ต้องการเห็นการเมืองที่ไม่ใช่เพียงคำพูดสวยหรู แต่เป็นการลงมือทำอย่างจริงจัง ยืนเคียงข้างประชาชน และเป็นปากเสียงให้กับผู้ที่เผชิญความยากลำบาก พร้อมย้ำว่า การพัฒนาที่ยั่งยืนต้องต่อยอดจากโครงสร้างและรากฐานของชุมชนเดิม ไม่ผลักคนพื้นถิ่นออกจากพื้นที่ และเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมกำหนดอนาคตร่วมกัน