อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งในเขต 2 (หาดใหญ่) ได้เกิดจุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ต้อง “เสียแชมป์” ให้กับ “ศาสตรา ศรีปาน” นักการเมืองหนุ่มหน้าใหม่ที่ไม่เคยผ่านการเมืองท้องถิ่นมาก่อน แต่สามารถคว้าเก้าอี้ สส. ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ถึง 2 สมัยติดต่อกัน
เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดวันเลือกตั้งตามไทม์ไลน์อย่างเป็นทางการ พรรค การเมืองหลักต่างเร่งเปิดตัวผู้สมัครในเขตเลือกตั้งที่ 2 ทันที ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะแชมป์เก่าเดิม และพรรคประชาชน ซึ่งในการเลือกตั้งปี 2562 ผู้สมัครพ่ายแพ้ให้ศาสตรา ศรีปาน อย่างฉิวเฉียดเพียงร้อยกว่าคะแนน

ขณะเดียวกัน “ศาสตรา ศรีปาน” อดีต สส.คนล่าสุด ได้ประกาศย้ายพรรคจากรวมไทยสร้างชาติ มาสวมเสื้อสีน้ำเงินของพรรคภูมิใจไทย เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งครั้งนี้
พรรคประชาธิปัตย์ ส่ง “จูรี นุ่มแก้ว” ลงชิงชัยในเขต 2 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่ทั้งหมดและพื้นที่นอกเขตเทศบาลคือ อบต.คลองอู่ตะเภา อำเภอหาดใหญ่ จูรีไม่ใช่ผู้สมัครหน้าใหม่ โดยการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาเคยลงสมัครในนามพรรคกล้า ภายใต้การนำของกรณ์ จาติกวนิช และสามารถคว้าคะแนนมาเป็นอันดับ 3 เกือบ 15,000 คะแนน

ด้านพรรคประชาชน ซึ่งเคยได้คะแนนอันดับ 2 ในการเลือกตั้งครั้งก่อน และแพ้อันดับ 1 เพียงร้อยกว่าคะแนน ได้เปลี่ยนตัวผู้สมัคร โดยส่ง “นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ” หรือ “หมอจุ๊ก” แพทย์นักกิจกรรม ประธานชมรมแพทย์ชนบท และอดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ซึ่งได้ยื่นใบลาออกจากราชการ เพื่อก้าวสู่สนามการเมืองเต็มตัว
แม้หมอสุภัทรจะไม่เคยเป็นนักการเมืองมาก่อน แต่เป็นที่รู้จักในระดับประเทศในฐานะนักเคลื่อนไหวภาคประชาชนสายเอ็นจีโอ มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การคัดค้านนิคมอุตสาหกรรมจะนะ โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา โรงแยกก๊าซไทยแลนด์ และโครงการแลนด์บริดจ์ ชุมพร–ระนอง

ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ซึ่งพยายามปักธงในเขต 2 มาโดยตลอดแต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ การเลือกตั้งครั้งนี้จึงถือเป็นความหวังครั้งสำคัญ หลังได้ศาสตรา ศรีปาน เข้าร่วมพรรค ทำให้ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” หรือ “โกเกี๊ยะ” แม่ทัพภาคใต้ และแกนนำเบอร์ 2 ของพรรค มีเป้าหมายชัดเจนในการคว้าเก้าอี้ สส. เขตบ้านเกิดอย่างหาดใหญ่ให้ได้ เพราะถือเป็น “หน้าตา” ของพรรคและตัวเขาเอง
หากเทียบฟอร์มผู้สมัครทั้งสาม จะเห็นว่า ศาสตรา ศรีปาน มีจุดเด่นคือเป็นคนพื้นที่ เป็น สส. สองสมัย มีฐานเสียงเหนียวแน่นไม่ต่ำกว่า 15,000 คะแนน แม้ไม่หวือหวาในสื่อ แต่เข้าถึงประชาชนและดูแลฐานเสียงอย่างต่อเนื่อง เมื่อผนวกกับคะแนนของพรรคภูมิใจไทย เครือข่ายการเมืองท้องถิ่น และบทบาทของนิพนธ์ บุญญามณี ที่ดูแลการเลือกตั้งในจังหวัดสงขลา ทำให้ศาสตรายังดูได้เปรียบ
จูรี นุ่มแก้ว โดดเด่นจากการเป็น “ดาวติ๊กต็อก” และเคยพิสูจน์ศักยภาพมาแล้วในการเลือกตั้งครั้งก่อน ครั้งนี้กลับมาสวมเสื้อสีฟ้าของประชาธิปัตย์ ภายใต้การนำของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หากสามารถดึงคะแนนศรัทธาเดิมกลับมาได้ราว 30% โอกาสทวงแชมป์คืนก็มีไม่น้อย อย่างไรก็ตาม จุดอ่อนคือจูรีไม่ใช่คนหาดใหญ่โดยกำเนิด
ส่วนหมอสุภัทรมีชื่อเสียงระดับประเทศ มีวาทะการสื่อสารคมชัด และได้แรงหนุนจากฐานคะแนนพรรคประชาชนที่พร้อมเทคะแนนให้ผู้สมัครพรรค แต่ยังต้องพิสูจน์การเข้าถึงชุมชนในเขต 2 อย่างลึกซึ้ง
บทสรุป การเลือกตั้งเขต 2 สงขลา ครั้งนี้จึงเป็นสนามที่ “เร่าร้อน” เพราะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่เงินไม่อาจซื้อเสียงได้ทั้งหมด ผสมกับอิทธิพลของ 103 ชุมชน และคะแนนเสริมจาก อบต.คลองอู่ตะเภา ผู้สมัครทั้งสามมีโอกาสใกล้เคียงกัน อยู่ที่กลยุทธ์ การสนับสนุนจากพรรค และการตัดสินใจของประชาชนว่าจะเลือก “คนเก่ง คนดี” หรือเลือกตามปัจจัยอื่นใด ซึ่งทั้งหมดจะเป็นตัวชี้ขาดว่าใครจะได้เป็น สส. เขต 2 สงขลา ในศึกครั้งนี้.
ทีมข่าวภูมิภาค



