สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงไทเป สาธารณรัฐจีน เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. ว่าทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันออกแถลงการณ์ “ขอประณามอย่างรุนแรงต่อการที่จีนละเลยบรรทัดฐานสากล และการใช้กำลังทหารข่มขู่คุกคาม'” ต่อไต้หวัน
การตอบโต้ของไต้หวันในครั้งนี้เกิดขึ้นภายในเวลาไม่นาน หลังกองพลภาคตะวันออกของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) ประกาศการซ้อมรบครั้งใหญ่ ภายใต้รหัส “จัสติส มิชชัน 2025” (Justice Mission 2025) หรือ “ภารกิจแห่งความยุติธรรม 2025” ตามพื้นที่ “5 จุดยุทธศาสตร์” รอบเกาะไต้หวัน โดยจะเป็นการซ้อมรบด้วยกระสุนจริง ระหว่างเวลา 08.00 น. ถึง 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค. (07.00-17.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย)
Multiple forces of the Eastern Theater Command of the Chinese People's Liberation Army started drills code-named "Justice Mission 2025" around Taiwan Island on Monday, said Shi Yi, spokesperson for the theater command.
— CGTN (@CGTNOfficial) December 29, 2025
For more: https://t.co/96IHJk3qEg pic.twitter.com/zqiKrzzUAQ
ทั้งนี้ พีแอลเอระบุในแถลงการณ์ ว่าการซ้อมรบครั้งนี้ “คือคำเตือนอย่างรุนแรงถึงขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่ต้องการผลักดันเอกราชไต้หวัน การดำเนินการของพีแอลเอเป็นไปด้วยความชอบธรรมและจำเป็น เพื่อปกป้องอธิปไตยและความเป็นปึกแผ่นของจีน”
"The use of the 'Justice Mission 2025' code name emphasizes the legitimacy and legality of our military actions. The drills aim to safeguard national sovereignty and territorial integrity, and to protect the safety and well-being of all Chinese people, including Taiwan… https://t.co/QzFWVvFZ8d pic.twitter.com/272ltb9PvI
— China Daily (@ChinaDaily) December 29, 2025
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไต้หวันมองว่า นี่เป็นการทำลายสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค โดยไม่สนบรรทัดฐานและกฎกติกาโลก
แม้พีแอลเอไม่ได้พาดพิงบุคคลที่สาม แต่การซ้อมรบครั้งนี้เกิดขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างจีนกับญี่ปุ่น ที่ทวีความรุนแรงขึ้นตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมีชนวนเหตุมาจากการให้ความเห็นของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ว่ารัฐบาลโตเกียวอาจให้การสนับสนุนไต้หวัน หากเกิดความขัดแย้งทางอาวุธขึ้นในอนาคต
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการที่สหรัฐเพิ่งอนุมัติการขายอาวุธครั้งใหม่ให้กับไต้หวัน มูลค่า 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 342,209.95 ล้านบาท) ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อตกลงมูลค่าสูงสุดเท่าที่เคยมีระหว่างสองฝ่าย.
เครดิตภาพ : REUTERS



