เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีชายแดนไทย-กัมพูชา ที่มี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เป็นประธาน และ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วม ว่า หลังสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ไม่มีเหตุปะทะต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ทำให้มีสถานพยาบาลสามารถกลับมาเปิดบริการตามปกติ 1 แห่ง คือ โรงพยาบาลกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ส่วนโรงพยาบาลที่กลับมาเปิดบริการในบางส่วน มี 2 แห่ง คือ โรงพยาบาลกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ โดยเปิดเฉพาะฉุกเฉินและผู้ป่วยนอก และโรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เปิดเฉพาะฉุกเฉิน

ส่วนโรงพยาบาลที่ยังปิดให้บริการมี 6 แห่ง คือ โรงพยาบาลภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ โรงพยาบาลบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ โรงพยาบาลตาพระยา โรงพยาบาลโคกสูง โรงพยาบาลคลองหาด และโรงพยาบาลอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้ทุกพื้นที่เสี่ยงยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

นพ.เอกชัย กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ซึ่งแนวทางปฏิบัติกรณีหยุดยิงจะครบกำหนด 72 ชั่วโมง วันที่ 30 ธ.ค. นี้ ได้มีแผนที่จะอพยพประชาชนกลับในวันที่ 31 ธ.ค. โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว จะสนับสนุนรถพยาบาลในการนำส่งผู้ป่วยติดเตียง ส่วนสถานพยาบาล ได้จัดทำแผนปฏิบัติการเร่งด่วนเพื่อกลับมาเปิดบริการเต็มรูปแบบ พร้อมทั้งสำรวจความเสียหายของอาคารสถานที่ ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ และดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังขาดยาช่วงอพยพ ติดตามดูแลสุขภาพจิต เยียวยาจิตใจผู้สูญเสียและกลุ่มเปราะบางที่กลับบ้าน ร่วมกับการเฝ้าระวังโรคระบาดในชุมชนชายแดนเป็นเวลา 14 วัน

ภาพรวมขณะนี้ ยังคงเหลือศูนย์พักพิงชั่วคราว 660 จุด ผู้เข้าพัก 80,981 ราย แนวโน้มการแพร่ระบาดของโรคติดต่อลดลง แต่ยังคงให้เฝ้าระวังควบคุมโรคต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรคติดต่อจากอาหารและน้ำ เนื่องจากจะเข้าช่วงเทศกาลปีใหม่ด้วย รวมทั้งให้ติดตามดูแลสุขภาพจิตประชาชนที่เริ่มทยอยกลับบ้าน คนในครอบครัวผู้เสียชีวิต และครอบครัวทหารที่สละชีพ.