เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยนายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม (ฟลิ้น) ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชนเขต 1 จ.สมุทรสาคร เข้าพบนายกสมาคมการประมงสมุทรสาคร เพื่อรับฟังความคิดเห็นของกลุ่มชาวประมงในจังหวัดสมุทรสาคร และพูดคุยเกี่ยวกับนโยบายที่ส่งเสริมในด้านการประมง

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า วันนี้ตนมารับฟังข้อเสนอแนะปัญหาของสมาคมประมงในพื้นที่ ไม่ใช่เพียง จ.สมุทรสาคร แต่รวมถึง 22 จังหวัดชายฝั่ง ซึ่งตนคิดว่าสิ่งที่สำคัญ ณ ตอนนี้ นอกจากในเรื่องของ พ.ร.ก.การประมงฯ พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่พรรคประชาชนได้รับฟังเสียงอย่างรอบด้าน และผลักดันจนผ่านไปเรียบร้อยแล้ว โดยมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการปรับลงโทษต่าง ๆ ที่ไม่เป็นธรรมกับชาวชาวประมง และยังมีอีกหลายหัวข้อที่ต้องมาทำงานร่วมกันต่อ ซึ่งข้อเสนอในวันนี้ คืออยากจะให้รวบรวมทำประมวลกฎหมายประมง เพราะว่าปัจจุบันมีกฎหมายหลาย 10 ฉบับที่ต่างคนต่างหน่วยงานบังคับใช้ และไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการได้จริง อีกประเด็นหนึ่งคือการทำประมงพาณิชย์ ประมงพื้นบ้าน โดยใช้ข้อมูลเชิงวิชาการที่ได้รับการยอมรับ จะเป็นสิ่งสิ่งสำคัญที่จะทำให้ทำประมงอย่างยั่งยืนได้ จึงอาจจะตั้งหน่วยงานเพื่อดูแลทั้งงานวิจัยและงานอื่น ๆ โดยเฉพาะ

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนสุดท้ายที่สำคัญที่สุด คือการกู้ชีพพ่อแม่พี่น้องชาวประมง แม้ พ.ร.ก.การประมงจะผ่านรัฐสภาไปแล้ว แต่สิ่งที่ยังเป็นปัญหาอยู่ คือยังมีเรือประมงอีกหลายพันลำ ที่ยังจอดค้างอยู่และมีศักยภาพที่จะช่วยในการพัฒนาเศรษฐกิจให้กับประเทศ แต่ขาดแหล่งลงทุน จึงมีข้อเสนอในการออกเป็น พ.ร.บ. กองทุนในการกู้ชีพชาวประมง เพื่ออย่างน้อยเป็นการช่วยอุดหนุนค่าแรง ค่าน้ำมันต่างๆ เพื่อให้สามารถออกทะเลได้ และได้รายได้กลับมาหมุนเวียน ทำให้เศรษฐกิจของประมงกลับมาได้

ด้านนายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม ผู้สมัคร สส. พรรคประชาชนเขต 1 จ.สมุทรสาคร กล่าวว่า ขอบคุณสมาคมประมง จ.สมุทรสาคร ที่เปิดพื้นที่รับฟังและให้ข้อเสนอแนะ ซึ่งการผลักดันกฎหมายประมง ก็เป็นการแก้ไขเฉพาะหน้าให้กับพี่น้องชาวประมง ได้กลับมาออกเรือประมงอีกครั้ง ซึ่งมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของจังหวัดสมุทรสาคร

ขณะที่ นายมงคล มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมการประมงสมุทรสาคร กล่าวว่า ที่ผ่านมาการประมงทะเลได้รับผลกระทบมามากกว่า 10 ปี แต่การผ่านกฎหมายเป็นแค่ส่วนหนึ่ง เรายังมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประมงอีกหลายฉบับที่ยังต้องได้รับการแก้ไข เพื่อยกระดับการประมง ส่งเสริมการประมงให้ฟื้นกลับคืนมา และมีการทำการประมงอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นประมงพื้นบ้านหรือประมงพาณิชย์ จะได้มีการกระจายอำนาจ เพราะบริบทพื้นที่การทำประมงแต่ละจังหวัด แต่ละภูมิภาค มีลักษณะภูมิประเทศ มีวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน การบังคับใช้กฎหมายก็ควรจะเป็นในรูปแบบที่แตกต่างกันด้วย ซึ่งตนยินดีกับทุกพรรคการเมืองที่จะนำนโยบายภาคการประมงไปผลักดัน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล

เมื่อถามว่า ในเรื่องการจัดการปลาหมอคางดำ หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กล่าวว่า ปัญหานี้เป็นปัญหาที่กระทบกับพี่น้องชาวประมง ซึ่งที่ผ่านมา เห็นว่ายังขาดการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงที่ทำให้เกิดการระบาด ซึ่งเราได้ติดตามเรื่องนี้กันมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตนได้รับฟังจากวงการประชุมเมื่อสักครู่พบว่า การบังคับใช้กฎหมายส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับผู้ที่ทำการประมงอย่างถูกกฎหมาย ทำให้มีต้นทุนมากมาย แต่ผู้ที่สร้างต้นทุนและภาระให้ประชาชน ทราบกันดีว่าใครคือต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้ อย่างผู้ที่ทำให้ปลาหมอคางดำระบาด ยังไม่ได้รับการดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา เพื่อชดใช้ต้นทุนที่เกิดขึ้น กับคนตัวเล็กตัวน้อยในสังคม นี่เป็นเรื่องสำคัญที่พรรคประชาชน จะลงไปปรับการบังคับใช้กฎหมายตรงนี้ให้ถูกต้อง ซึ่งหาก พรรคประชาชนเข้าไปเป็นรัฐบาล ก็จะเข้าไปตรวจสอบต้นสายปลายเหตุ  ซึ่งข้อมูลขณะนี้ค่อนข้างชัด และถ้ามีหลักฐานที่ชัดเจน เราจะไม่ละเว้น ไม่ว่าคนที่กระทำความผิดจะเป็นคนนอกหรือคนในของรัฐบาล คนนอกหรือคนในของพรรคประชาชนก็ตาม