เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. รายการโหนกระแสวันนี้ พูดคุยกรณีหนุ่มวัย 21 ปี ชื่อ “บีม” ผู้เสียหายที่มาร้องขอความเป็นธรรมพร้อมกับคุณแม่ และทนายเมย์ พชริตา ศินราสินธุ์ หลังจากบีมถูกผู้หญิงที่เพิ่งรู้จักกันชวนไปดูแมวที่บ้าน แต่กลับไปเจอแฟนของผู้หญิงและพวก รุมทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส ซ้ำยังถูกแจ้งความกลับ ข้อหาบุกรุกและกระทำอนาจาร
บีมเล่าเหตุการณ์เริ่มต้นว่า ตนทำงานพาร์ทไทม์เป็นบาร์น้ำอยู่ที่พัทยา วันเกิดเหตุหลังจากเลิกงานช่วงตี 5 ได้ไปนั่งดื่มสังสรรค์เลี้ยงส่งรุ่นพี่ที่ “สไมล์แลนด์” ตลาดเปิดย่านพัทยาเหนือ กับกลุ่มเพื่อนกว่า 10 คน ระหว่างที่นั่งดื่มกันจนถึงช่วง 8 โมงเช้า ตนสังเกตเห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินโฉบไปมา และไปนั่งโต๊ะอื่นทั้งที่ไม่ได้รู้จักใคร
จังหวะที่บีมลุกไปเข้าห้องน้ำกับเพื่อน ผู้หญิงคนดังกล่าวได้เดินเข้ามาจับมือและถามว่าจะไปไหน บีมตอบว่าจะกลับโต๊ะ ผู้หญิงคนนั้นจึงเดินตามมาที่โต๊ะของบีมด้วย เมื่อมาถึงโต๊ะ ฝ่ายหญิงก็ลากเก้าอี้มานั่งร่วมวงเอง และเรียกเพื่อนของเธออีก 2 คน เข้ามาร่วมด้วย เธอเริ่มเล่าเรื่องราวพรรณนาว่าก่อนหน้านี้ไปร้านหมูกระทะมาแล้วโดนตบตี จึงย้ายมาที่นี่ พร้อมกับหยิบแก้วเบียร์ของบีมไปดื่ม และพูดขอเงินแบงก์ร้อยพันรอบแก้วเป็นทิป ซึ่งบีมปฏิเสธและบอกว่าถ้าจะเอาให้ส่งเลขบัญชีมา เดี๋ยวโอนให้

ระหว่างที่พูดคุยกัน ฝ่ายหญิงเป็นคนขอแลกอินสตาแกรมกับบีม บีมจึงถามย้ำเพื่อความแน่ใจว่า “มีแฟนหรือยัง” ฝ่ายหญิงยืนยันว่าไม่มีแฟน บีมถามต่อว่า “แล้วมีผัวไหม” เธอก็ยืนยันเสียงแข็งว่าไม่มีผัว จนกระทั่งเวลาประมาณ 10 โมงกว่า บีมถามเธอว่าจะกลับอย่างไร เธอชี้มาที่บีมแล้วบอกว่าจะกลับกับบีม เพื่อนรุ่นพี่ของบีมจึงยุให้ไปส่งเพราะเห็นว่าต่างฝ่ายต่างโสด ฝ่ายหญิงจึงชวนบีมว่า ให้ไปบ้านเธอก่อน ไปดูแมวที่บ้าน แมวบ้านเธอน่ารัก ให้ไปลูบหัวแมว
บีมขับรถมอเตอร์ไซค์พาฝ่ายหญิงซ้อนท้ายไปส่งที่ซอยเขาตาโล 1/2 ระหว่างทางฝ่ายหญิงมีพฤติกรรมประวิงเวลา เริ่มจากบอกให้จอดรถหน้าปากซอยเพราะจะใส่บาตรทั้งที่เป็นเวลา 11 โมง ซึ่งร้านค้าแถวนั้นบอกว่าไม่มีพระแล้ว จากนั้นเธอก็แวะเล่นกับหมาที่ร้านก๋วยเตี๋ยว และพาไปร้านชานมไข่มุก สั่งน้ำแต่ไม่ยอมจ่ายเงิน จนบีมต้องเป็นคนจ่ายให้
เมื่อมาถึงหน้าบ้าน ฝ่ายหญิงบอกให้บีมรอข้างนอกก่อน ขอเข้าไปเก็บของในบ้านเพราะบ้านรก ผ่านไป 5 นาที เธอจึงออกมาเปิดประตูให้บีมเข้าไป ทันทีที่เข้าบ้าน บีมสังเกตเห็นรองเท้าผู้ชายคู่ใหญ่หน้าบ้าน จึงถามว่าเป็นของใคร ฝ่ายหญิงอ้างว่าเป็น “รองเท้าพ่อ” บีมยอมรับตามตรงว่าตอนนั้นใจคอไม่ดี แต่ก็ยังอยากเล่นแมวและมีความหวังเรื่องอย่างว่าตามประสาผู้ชาย จึงเข้าไปในบ้าน
เมื่อเข้าไปในบ้าน ฝ่ายหญิงอุ้มแมวพันธุ์เปอร์เซียมาให้เล่นที่โซฟา ระหว่างที่บีมเล่นแมวอยู่ ฝ่ายหญิงก็โน้มตัวเข้ามาจูบ บีมจึงจูบตอบ บีมยอมรับกับ หนุ่ม กรรชัย ว่าตนเตรียมถุงยางอนามัยมาเป็นกล่อง วางไว้ที่โซฟา และกำลังจะปลดกระดุมกางเกง
ทันใดนั้น แฟนหนุ่มของฝ่ายหญิงก็โผล่เข้ามาในบ้าน พุ่งเข้ามาชกต่อยและทำร้ายร่างกายบีมทันที บีมพยายามยกมือไหว้ขอโทษและอธิบายว่าฝ่ายหญิงบอกว่าไม่มีแฟน แต่ฝ่ายชายไม่ฟัง จากนั้นไม่นาน มีผู้ชายอีกคนพังประตูกระจกเข้ามา ชายคนที่สองนี้ได้ตบหน้าฝ่ายหญิงก่อน แล้วจึงเข้ามารุมกระทืบบีมซ้ำ บีมถูกถีบกระเด็นไปโดนเศษกระจกที่แตก

กลุ่มผู้ก่อเหตุบังคับให้บีมถอดเสื้อผ้าออก แล้วใช้โทรศัพท์ถ่ายคลิปวิดีโอ พร้อมถุยน้ำลายใส่หน้า และด่าทอข่มขู่ บีมได้ยินชายคนที่สองพูดว่า “นี่บ้านข้าราชการ นี่บ้านพ่อแม่กู” สุดท้ายเพื่อนของฝ่ายหญิงที่ตามมาด้วยบอกให้บีมหนีไป ฝ่ายชายคนหนึ่งบอกให้บีมปีนกำแพงหนีออกไป ไม่ให้ออกทางประตู บีมจึงปีนกำแพงวิ่งเท้าเปล่าหนีตายมาที่รถ แล้วรีบขี่กลับไปให้ที่บ้านพาไปโรงพยาบาลและแจ้งความ
ทางด้าน พ.ต.อ.ณัฐพล ผ่องสุขสกุล ผู้กำกับการ สภ.หนองปรือ ได้โฟนอินเข้ามาระบุว่า ฝ่ายคู่กรณีได้มาแจ้งความกลับบีมในข้อหา “บุกรุก” และต่อมาฝ่ายหญิงได้มาแจ้งความเพิ่มข้อหา “พยายามกระทำอนาจาร” โดยผู้กำกับชี้แจงว่า เรื่องบ้านพักข้าราชการนั้น เป็นเพียงการแอบอ้าง ความจริงผู้ก่อเหตุเป็นทหารเกณฑ์
ทนายเมย์ ให้ความเห็นทางกฎหมายว่า กรณีข้อหาบุกรุกที่บีมโดนแจ้งนั้น อาจไม่เข้าข่ายความผิด เพราะบีมได้รับอนุญาตจากผู้หญิงให้เข้าไป โดยที่บีมเข้าใจโดยสุจริตว่าเป็นบ้านของเธอ ไม่ทราบว่าเป็นบ้านคนอื่น ส่วนข้อหาพยายามอนาจาร บีมสามารถสู้คดีได้ด้วยหลักฐานจากกล้องวงจรปิดที่ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายเชิญชวน และพยานแวดล้อมต่าง ๆ
ทนายเมย์แนะนำให้บีมแจ้งความเพิ่มในข้อหา “ข่มขืนใจผู้อื่น” และ “กักขังหน่วงเหนี่ยว” จากพฤติกรรมที่บังคับให้ถอดเสื้อถ่ายคลิปและไม่ให้ออกทางประตู รวมถึงอาจพิจารณาแจ้งข้อหา “แจ้งความเท็จ” แก่คู่กรณีด้วย หากพิสูจน์ได้ว่าฝ่ายหญิงรู้อยู่แล้วว่าพามาบ้านคนอื่นแต่ยังไปแจ้งความเท็จใส่ร้ายบีม
ขอบคุณรายการโหนกระแส



