สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. ว่า แผนการดังกล่าวต่อยอดจากการทดลองปรับใช้สกุลเงินหยวนดิจิทัลภายในประเทศและข้ามพรมแดน ซึ่งครอบคลุมหลายมิติของชีวิตประจำวัน ทั้งธุรกรรมค้าปลีก การรับประทานอาหาร การท่องเที่ยว การศึกษา การดูแลสุขภาพ การบริการสาธารณะ และการชำระเงินข้ามพรมแดน เพื่อสร้างต้นแบบสกุลเงินดิจิทัลที่เชื่อถือได้ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์


พีบีโอซีเปิดเผยแผนปฏิบัติการเสริมสร้างระบบจัดการ และโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินเชิงสนับสนุนของสกุลเงินหยวนดิจิทัล โดยอ้างอิงประสบการณ์จากโครงการนำร่องนานนับทศวรรษ ซึ่งแผนปฏิบัติการนี้ วางรากฐานการดำเนินงาน สำหรับการจัดประเภทสกุลเงินหยวนดิจิทัลที่อยู่ในกระเป๋าเงินธนาคารพาณิชย์เป็นเงินฝากธนาคาร


บรรดาธนาคารพาณิชย์จะต้องจ่ายดอกเบี้ยสำหรับยอดเงินคงค้างในกระเป๋าเงินหยวนดิจิทัลอย่างสอดคล้องกับข้อบังคับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากตามปกติ ซึ่งยอดเงินคงค้างเหล่านี้จะถูกนับอยู่ในแนวปฏิบัติการจัดการสินทรัพย์-หนี้สินตามปกติของธนาคาร และจะได้รับความคุ้มครองตามหลักเกณฑ์เหมือนเงินฝากธนาคารทั่วไป


พีบีโอซีประสานการดำเนินงานเกี่ยวกับสกุลเงินหยวนดิจิทัลเข้าสู่กรอบสินทรัพย์สภาพคล่อง โดยยอดเงินคงค้างในกระเป๋าเงินดิจิทัลของธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับอนุญาต จะถูกนับอยู่ในฐานการคำนวณสินทรัพย์สภาพคล่อง ส่วนสถาบันรับชำระเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร ต้องนำฝากสกุลเงินหยวนดิจิทัลที่อยู่ในการจัดการทั้งหมดเข้าในฐานการคำนวณ


อนึ่ง จีนมีการทำธุรกรรมด้วยสกุลเงินหยวนดิจิทัลสะสม 3,480 ล้านรายการ คิดเป็นมูลค่า 16.7 ล้านล้านหยวน (ราว 75.15 ล้านล้านบาท) ณ สิ้นเดือน พ.ย. 2568.

ข้อมูล : XINHUA

เครดิตภาพ : AFP