จากสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย หลังจากที่พบผู้ติดเชื้อโควิดโอไมครอนรายแรกในประเทศไทย ทางทหารและ ตชด. ได้เพิ่มกำลังออกลาดตระเวนคุมเข้มแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย เขตรอยต่อ จ.สงขลา กับ จ.สตูล ระยะทาง 206 กิโลเมตร ป้องกันลักลอบเข้าเมืองและนำเชื้อโควิดโอไมครอนจากประเทศมาเลเซียเข้ามา ซึ่งตัวเลขการจับกุมแรงงานที่ลักลอบเข้าเมืองทั้งคนไทยและต่างด้าวตั้งแต่เดือน ต.ค.-ธ.ค. 64 มีจำนวน 114 คน แต่ผลการตรวจเชื้อยังไม่พบมีการติดเชื้อโควิดโอไมครอน

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย อ.สะเดา จ.สงขลา หลังจากที่พบผู้ติดเชื้อโควิดโอไมครอนรายแรกในประเทศไทยเป็นชาวอเมริกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย ทั้งกองกำลังเทพสตรี หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 และเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน 437 ได้เพิ่มกำลังคุมเข้มแนวชายแดนไทยมาเลเซียเขตรอยต่อเชื่อมโยง 2 จังหวัด ทั้ง จ.สตูล และ จ.สงขลา ซึ่งติดกับรัฐปะลิสและรัฐเกดะห์ ประเทศมาเลเซีย

โดยมีการวางออกลาดตระเวนคุมเข้มครอบคลุมพื้นที่ 5 อำเภอใน 2 จังหวัด 31 ตำบล 214 หมู่บ้าน ตั้งแต่หลักเขตแดนที่ 1 ต.ปูยู อ.เมือง จ.สตูล ถึงหลักเขตแดนที่ 39 ต.บาโหย อ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ระยะทางรวม 206 กิโลเมตร ครอบคลุมทั้งทางบก และทางทะเล โดยจะออกลาดตระเวนต่อเนื่องทั้งกลางวัน และกลางคืนชายแดน และการตั้งด่านสกัดแบบด่านซ้อนด่าน เพื่อป้องกันการลักลอบเดินทางเข้าออกชายแดนไทยมาลเซียของกลุ่มแรงงานต่างด้าวและไทยที่ไม่ผ่านการคัดกรองโควิด ซึ่งในมาเลเซียก็พบผู้ติดเชื้อโควิดโอไมครอนแล้วเช่นกัน

ทั้งนี้ผลการคุมเข้มชายแดนตั้งแต่เดือน ต.ค. 64-5 ธ.ค. 64 สามารถจับกุมแรงงานไทยที่ลักลอบออกมา 16 ครั้ง ผู้ต้องหา 32 คน เป็น ชาย 21 คน, หญิง 11 คน แรงงานต่างด้าวลักลอบ จำนวน 20 ครั้ง ผู้ต้องหา 114 คน แยกเป็น ผู้นำพา จำนวน 8 คน สัญชาติไทย 7 คน, สัญชาติเมียนมา 1 คน สัญชาติเมียนมา จำนวน 102 คน สัญชาติกัมพูชา จำนวน 1 คน สัญชาติมาเลเซีย จำนวน 3 คน แต่ที่ผ่านมา ยังไม่พบว่ามีการจับกุมแล้วมีผู้ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่

ส่วนสถานการณ์โควิด-19 ที่ จ.สงขลา ยังคงพบผู้ติดเชื้อติดอันดับต้นๆ ของประเทศ โดยล่าสุดพบผู้ติดเชื้อ 221 คน ยอดสะสม 62,711 คน อยู่อันดับ 3 ของประเทศ.