นายจักรพงศ์ ชื่นดวง หัวหน้าพรรคไทยชนะ เปิดเผยภายหลังการจับสลากว่า หมายเลข 17 ถือเป็นหมายเลขมงคลและมีความหมายเชิงสัญลักษณ์อย่างยิ่งต่อพรรค เนื่องจากตรงกับวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อีกทั้งวันรับสมัครยังตรงกับวันที่ 28 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ชาติไทย พรรคไทยชนะจึงมองว่าเป็นนิมิตหมายอันดีในการอาสาเข้ามาทำหน้าที่ทางการเมือง เพื่อฟื้นฟูประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

หัวหน้าพรรคไทยชนะกล่าวว่า พรรคก่อตั้งขึ้นจากความตั้งใจที่จะเป็นตัวแทนของประชาชนฐานราก ชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน ผู้ใช้แรงงาน รวมถึงผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ได้รับผลกระทบจากโครงสร้างเศรษฐกิจและการเมืองที่ไม่เป็นธรรม พร้อมย้ำจุดยืนในการผลักดันประเทศให้หลุดพ้นจากอิทธิพลของ “ทุนสีเทาและสีดำ” ที่แฝงตัวอยู่ในระบบการเมือง

“หมายเลข 17 เป็นสัญลักษณ์ของการกอบกู้และความหวัง พรรคไทยชนะมุ่งสร้างแนวคิด “คนไทยชนะ” เพื่อเปลี่ยนแผ่นดินให้เป็นแผ่นดินทอง สร้างโอกาสและความสุขให้ประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม” นายจักรพงศ์กล่าว

สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคไทยชนะได้เสนอรายชื่อ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คน ได้แก่

1. นายจักรพงศ์ ชื่นดวง หัวหน้าพรรค ตัวแทนประชาชนฐานรากและภาคแรงงาน

2. นายไชยยงค์ รัตนวัน ตัวแทนภาคเกษตรกรรม ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน และปศุสัตว์

3. พล.ร.ท.เจียมศักดิ์ จันทร์เสนา ตัวแทนจากภาคความมั่นคงและกองทัพ ที่ประกาศอาสาเข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติ

ขณะเดียวกัน พรรคไทยชนะยังได้ส่งผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อครบทั้ง 28 คน ครอบคลุมบุคคลจากหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งภาคประชาชน นักบริหาร อดีตข้าราชการ ทหาร และตำรวจ โดยมีบุคคลที่น่าจับตา อาทิ นายณพล บริบูรณ์ และ นายธวัช พิมพ์ใจชน ซึ่งเป็นตัวแทนจากจังหวัดชลบุรี สะท้อนความพยายามของพรรคในการดึงบุคลากรจากพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจเข้าสู่สนามการเมืองระดับชาติ

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 พรรคไทยชนะยังได้ส่งผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้งในพื้นที่สำคัญ อาทิ กรุงเทพมหานคร และจังหวัดพิษณุโลก โดยผู้สมัครแต่ละเขตได้รับหมายเลขที่แตกต่างกันไป พร้อมประกาศชูนโยบายหลักด้าน ธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการต่อต้านการเมืองสีเทา เป็นแกนกลางในการหาเสียง

บรรยากาศการส่งผู้สมัครของพรรคไทยชนะเป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางความเชื่อมั่นของแกนนำพรรคว่า พรรคจะสามารถคว้าที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรได้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ และใช้เวทีรัฐสภาเป็นกลไกในการผลักดันการปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ตามแนวคิด “คนไทยชนะ” ที่พรรคยึดถือเป็นอุดมการณ์หลัก

การปรากฏตัวของพรรคไทยชนะในสนามเลือกตั้งครั้งนี้ จึงถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งตัวแปรทางการเมืองที่น่าจับตา ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้น และความคาดหวังของประชาชนต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในอนาคตอันใกล้.