เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ชี้แจงกรณีรายงานข่าวของสื่อมวลชนต่างประเทศบางสำนัก ที่ระบุว่าประเทศไทยใช้กำลัง “ยึดดินแดน” ของกัมพูชา และห้ามชาวกัมพูชา “กลับบ้านพัก” ว่า ซึ่งถ้อยคำดังกล่าว ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและสถานะทางกฎหมายของพื้นที่ประเทศไทย ขอยืนยันว่า การปฏิบัติของฝ่ายไทย เกิดขึ้นภายในอาณาเขตของประเทศไทย หรือในพื้นที่ใกล้บริเวณที่มีข้ออ้างสิทธิทับซ้อน ซึ่งยังอยู่ระหว่างกระบวนการตามกลไกทวิภาคีและกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ไม่ใช่การรุกราน หรือการยึดครองดินแดนของรัฐอื่น
การดำเนินการของไทยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ ป้องกันการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน ควบคุมสถานการณ์และลดระดับความตึงเครียด เพื่อไม่ให้ความขัดแย้งขยายตัว ประเทศไทยยึดมั่นในกฎบัตรสหประชาชาติ หลักกฎหมายระหว่างประเทศและหลักการใช้กำลังเท่าที่จำเป็นและได้สัดส่วน พร้อมยืนยันการใช้สันติวิธี การเจรจาและความร่วมมือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อมุ่งสู่การแก้ไขปัญหาอย่างสันติและยั่งยืน
ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ให้ความสำคัญต่อบทบาทของสื่อมวลชน และขอความร่วมมือในการนำเสนอข่าวสารอย่างรอบด้าน ถูกต้องและใช้ถ้อยคำที่สะท้อนสถานะทางกฎหมายของพื้นที่อย่างเหมาะสม เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจคลาดเคลื่อนในประชาคมโลก ประเทศไทยยังคงเปิดกว้างในการให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง และหลักฐานที่เกี่ยวข้องแก่สื่อมวลชนและภาคีระหว่างประเทศ บนพื้นฐานของความโปร่งใส และความเคารพซึ่งกันและกัน
พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผช.ผบ.ทอ.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กล่าวว่า ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ ยืนยันว่าการสื่อสารในภาวะวิกฤติจะยึดข้อเท็จจริง มนุษยธรรม และกฎหมาย ควบคู่กับความพร้อมในการปกป้องประเทศอย่างรับผิดชอบ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ลดความตื่นตระหนก และรักษาภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีสากล



