เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรับร้องเรียนจาก น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี ชาว อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ว่า มีอาชีพหลักเป็นพนักงานตรวจสอบบัญชีอยู่ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง และมีงานวีเจ พริตตี้ ถ่ายแบบ เป็นรายได้เสริม แต่ด้วยลักษณะงานที่ทำกับการเป็นสาวรูปร่างเล็ก จึงอยากทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก เสริมบุคลิกภาพ เสริมความมั่นใจ เพื่อต่อยอดรายได้ในอนาคต จึงหาข้อมูล ดูรีวิวของคลินิกศัลยกรรมเสริมความงามต่างๆ กระทั่งพบและตัดสินใจผ่าตัดเสริมหน้าอก ขนาด 435 ซีซี ที่คลินิกแห่งหนึ่งใน จ.ลพบุรี ราคาค่าบริการอยู่ที่ 30,000 บาท โดยเข้ารับการผ่าตัดเมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา ในคลินิกแห่งหนึ่งย่านประชาชื่น กรุงเทพฯ จากนั้น 7 วัน มาพบแพทย์ตรวจอาการตามนัด พบว่าเต้านมขวา หัวนมเป็นสีดำคล้ำ ไร้ความรู้สึก รวมไปถึงมีตุ่มพองหลายจุดเกิดจากติดเชื้อ จึงตัดสินใจเอาเต้านมเทียมข้างขวาออก 1 ข้าง ต่อมาเต้านมข้างซ้ายเริ่มมีอาการปวด พร้อมมีน้ำนมไหล และมีไข้หนาวสั่นคล้ายอาการติดเชื้อ

น.ส.บี เล่าให้ฟังอีกว่า จึงเดินทางไปพบคุณหมออีกครั้ง ปรากฏว่าบริเวณฝีเย็บเต้านมข้างซ้ายปริแตกเป็นหนอง ต้องเย็บใหม่ และอยู่ระหว่างรอดูอาการ แม้จะผ่านไปได้ 7 วัน แต่บาดแผลยังไม่สมาน ต้องเย็บใหม่รวมเป็นครั้งที่ 3 กระทั่งวันที่ 22 ก.ย. ทนความเจ็บปวดไม่ไหว จึงตัดสินใจให้หมอนำเต้านมเทียมข้างซ้ายออก และมีการพูดคุยกับเจ้าของคลินิกเรื่องความรับผิดชอบ เบื้องต้นได้คืนเงินค่าศัลยกรรม 30,000 บาท และค่าบริการนำเต้านมเทียมออก ซึ่งไม่ทราบราคา ส่วนค่าชดเชย ตนได้ยื่นเสนอไปวงเงิน 150,000 บาท เพื่อนำไปเป็นค่ารักษา และศัลยกรรมใหม่ แต่ทางทนายความของคลินิกปฏิเสธ บอกให้ไปฟ้องร้องเอาเอง

น.ส.บี กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาหลังทำศัลยกรรม ต้องใช้ชีวิตด้วยความทุกข์ทรมาน เจ็บปวดทั้งกายและใจ เสียเวลา อาชีพ และเงินรายได้ที่ตั้งใจหามาจุนเจือครอบครัว จึงนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปโพสต์เตือนภัยในกลุ่มเฟซบุ๊กเสริมความงาม ไม่นานก็ได้รับการติดต่อจากหญิงสาว 2 – 3 ราย เข้ามาแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพราะประสบเหตุคล้ายกันโดยแพทย์คนเดียวกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นอาการหนักถึงขั้นต้องตัดหัวนมทิ้ง นอกจากนี้มาทราบภายหลังอีกว่า หมอคนดังกล่าวเป็นแพทย์สูตินรีเวชใน จ.สมุทรสาคร แต่มาทำงานศัลยกรรมตกแต่งความงาม ซึ่งอยากฝากไว้เป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้หญิงทุกคน ที่คิดจะทำศัลยกรรม ขอให้ตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อน และอยากวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบด้วย