เมื่อขึ้นสัปดาห์ใหม่ หลังปีใหม่ การหาเสียงเลือกตั้งน่าจะเข้มข้นขึ้นมาก “หัวหน้าหนิม” จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ความนิยมของ “ดร.เชน” ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ที่หลายโพลมองว่าจะมาเป็นอันดับ 3 แต่ตอนนี้เราพบว่า พรรคเพื่อไทยเริ่มที่จะจ่อขึ้นมาแล้ว โอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะนำเป็นอันดับ 1 ไม่ใช่เรื่องยาก

การเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยเป็นตัวเต็ง แต่ก็มีการพลิกแซงในโค้งสุดท้าย ดังนั้นอย่าไปคิดว่าคะแนนเสียงเป็นของตาย ประชาชนมีโอกาสตัดสินใจได้ตลอด นโยบายของเรายังออกไม่หมด และจะมีนโยบายทีเด็ดทีขาด ที่จะนำมาให้ประชาชนตัดสินใจ จะออกนโยบายอีก 2 ระลอก แต่คงไม่ช้าถึงขนาดที่ออกในสัปดาห์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง โดยคาดว่า ในต้นปีนี้จะออกมา 1 นโยบาย ขอให้ประชาชนรอติดตาม  

“นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งมีการส่งข้อมูลเข้ามาเรื่อยๆ เช่น การเก็บบัตรประชาชนตามพื้นที่ต่างจังหวัด และอีกเรื่องคือ มีตัวเลขเลือกตั้งล่วงหน้าที่เยอะผิดปกติในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นสัญญาณที่อันตราย อาจเกี่ยวกับการซื้อสิทธิขายเสียง พวกเราในฐานะฝ่ายการเมืองจะติดตามอย่างใกล้ชิด ขอให้ กกต. ดำเนินภารกิจตามหน้าที่ของท่าน ติดตามการทุจริตคอร์รัปชันการซื้อสิทธิขายเสียงอย่างเข้มข้นด้วย”  

ที่ จ.ขอนแก่น “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชน (ปชน.) ลงพื้นที่หาเสียง  ขอแรงชาวขอนแก่นอีกรอบเพื่อเข้าไปโหวตเท้งเป็นนายกฯ คนที่ 33 บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนให้การต้อนรับและเข้ามาขอถ่ายรูป อย่างเป็นกันเอง ณัฐพงษ์ กล่าวว่า เราพร้อมในทุกๆ ด้าน นโยบายกลั่นกรองมาอย่างดีพร้อมทำได้จริง  

ขอให้เลือกพรรค ปชน. ให้ได้เสียงสูงที่สุด เพราะหากเรามีเสียงที่มั่นคงเพียงพอก็จะสามารถทำให้พรรค ปชน. เป็นรัฐบาลและผลักดันวาระนโยบายที่อยากทำให้ประชาชนได้ เพราะพวกเราไม่มีผลประโยชน์กับนายทุนคนใด หากเรามีการเมืองที่ดีได้แล้ว ประเทศไทยก็จะสามารถดึงดูดคนเก่งและมีคุณภาพเข้ามาร่วมงานได้มากขึ้น

“สส.ไอซ์” รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ทวีตข้อความใน X ว่า “เรื่องสนุกของ สส.พรรคประชาชน เวลาออกไปหาเสียง คือแข่งกันนับ ว่าวันนี้โดนด่าว่าล้มเจ้ากี่ครั้ง เก็บสถิติในการโดนถามว่าทหารมีไว้ทำไม ใน 1 วัน วันไหนโดนต่ำกว่า 10 ครั้ง ห้ามเข้าบ้าน ถามได้ค่ะ ยินดีตอบวนๆ ซ้ำอยู่แบบนั้น ไม่หนีแน่นอน”

“กมธ.งบประมาณ ปี 2567 เรื่องจัดซื้อเรือฟริเกตของกองทัพเรือ กมธ.เสียงข้างมาก (ฝั่งรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลสมัยนั้น) โหวตเห็นชอบตัดงบประมาณก้อนนี้ทิ้ง ในขณะที่ กมธ.เสียงข้างน้อยพรรคก้าวไกล นำโดยนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ประธาน กมธ.ทหาร เห็นด้วยกับการอุทธรณ์ของกองทัพเรือ ในการจัดซื้อเรือฟริเกต พร้อมนโยบาย offset policy (นโยบายที่ผู้ขายยุทโธปกรณ์ต้องชดเชยผลประโยชน์ให้ผู้ซื้อ เป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในรูปแบบต่างๆ ด้วย) พร้อมชี้แจงว่ากองทัพเรือต้องใช้จริงๆ ลองไปเปิดมติดูกันได้

พรรครักทหารทั้งนั้นที่โหวตให้ตัดงบ ทุกวันนี้มาโจมตีพรรค ปชน. ว่าตัดงบกองทัพ ซึ่งสิ่งที่พวกเราตัดคืองบคอร์รัปชันหากินกับการซื้อถาดหลุม งบสวัสดิการนายพลแบบเกินเบอร์ ถ้าเป็นรัฐบาล ปชน. รับประกันว่ามีถ่ายทอดสด กมธ.งบฯ ให้ดูทุกนัดเพื่อความโปร่งใส จะเว้นไว้แค่เรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคง”

“บังซุบ” ศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ แกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2568 ใน อ.เรณูนคร จ.นครพนม  “อดีต รมต.เดือน” มนพร เจริญศรี ผู้สมัคร สส.นครพนม พรรคเพื่อไทย อดีต รมช.คมนาคม ปราศรัยกับประชาชนว่า โครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาทของรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ที่ไม่สามารถดำเนินการได้ เป็นผลจากรัฐบาลเสียงข้างน้อยในขณะนั้นนำงบประมาณไปใช้ในโครงการคนละครึ่งพลัสแทน

“เป็นการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ และทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด โครงการดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ถูกระงับในสมัยรัฐบาล น.ส.แพทองธารเอง เนื่องจากมีคำทักท้วงจากหลายหน่วยงาน เช่น สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ป.ป.ช. คณะกรรมการกฤษฎีกา ว่าอาจขัดต่อกฎหมาย จึงไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผนเดิม และมีการพิจารณาปรับเปลี่ยนไปทำอย่างอื่น การปราศรัยเช่นนี้กับประชาชน เป็นการใส่ร้ายป้ายสี เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง เรื่องนี้ นพ.อลงกต มณีกาศ ผู้สมัคร สส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย จะยื่นเรื่องร้องต่อ ผอ.การเลือกตั้งนครพนม และพรรคภูมิใจไทย จะทำการร้องเรียนต่อ กกต.กลาง ในฐานะผู้เสียหาย ยืนยันดำเนินคดีถึงที่สุด”

“โฆษกโต้ง” สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี “หมอมิ้ง” นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “การจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ตั้งแต่ 1 บาทแรก เป็นผลงานของรัฐบาลเพื่อไทย” ว่า นโยบายการเก็บภาษีสินค้าราคาถูกมูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ไม่ได้ถูกดำเนินการโดยรัฐบาลเพื่อไทย แต่เกิดในยุครัฐบาลหนู

“นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง เป็นคนให้แนวทางในการดำเนินการ และเป็นนโยบายเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในประเทศให้สามารถแข่งขันได้อย่างเท่าเทียม ในปี 2567 รัฐบาลเพื่อไทย เห็นด้วยกับคำขอของกระทรวงการคลัง ที่ขอเสนอให้เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ มูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท ซึ่งนั่นคือภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่ใช่ภาษีนำเข้า”

ด้าน “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล เดินทางไป จ.ระนอง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ “คุณจ๋า” น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภรรยา โดยใช้โอกาสช่วงปีใหม่ 2569 เดินทางกลับไปไหว้ขอพรผู้ใหญ่ที่บ้านภรรยา ที่ จ.ระนอง ขณะเดียวกันยังได้ลงพื้นที่ช่วยหาเสียงให้กับ นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ผู้สมัคร สส.ระนอง เขต 1 เบอร์ 4 พรรคภูมิใจไทย นายอนุทินกล่าวระหว่างการหาเสียงว่า ระนอง มีศักยภาพและความพร้อมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โครงการแลนด์บริดจ์จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับจังหวัดไปอีกขั้น ควบคู่กับนโยบายคนละครึ่งพลัสที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ   

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า พ่อค้างูเห่า รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งบอกผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์ว่า หากชนะเลือกตั้ง ขอให้เลือก “อ.” เป็นนายกฯ หากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ร่วมรัฐบาลด้วย ก็ขอให้แหกมติพรรคออกมา มีค่ายกมือให้ 20 ล้านบาท จะบ้ารึ!! ริจะฟักไข่งูเห่าตอนนี้เลยรึ ถ้าตนขึ้นเวทีปราศรัยด้วย รับรองถูกถล่มราบยิ่งกว่าโดนไข่ F-16 แน่