สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ว่าข้อมูลจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานสหรัฐ (อีไอเอ) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงพลังงาน ระบุว่า เวเนซุเอลาถือครองทรัพยากรน้ำมันดิบมหาศาลถึง 303,000 ล้านบาร์เรล ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 1 ใน 5 ของปริมาณน้ำมันสำรองทั่วโลก มากกว่าซาอุดีอาระเบีย อิหร่าน อิรัก และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี)


ทั้งนี้ น้ำมันดิบที่พบในเวเนซุเอลานั้นเป็นประเภท “น้ำมันดิบหนักและมีกำมะถันสูง” ซึ่งจำเป็นต้องใช้เครื่องจักรพิเศษและเทคโนโลยีขั้นสูงในกระบวนการผลิต


แม้สหรัฐเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลกในปัจจุบัน แต่ผลผลิตส่วนใหญ่เป็นประเภท “น้ำมันดิบเบาและมีกำมะถันต่ำ” ซึ่งเหมาะสำหรับการผลิตน้ำมันเบนซินเป็นหลัก แต่สำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์อื่น เช่น น้ำมันดีเซล ยางมะตอย และเชื้อเพลิงสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมหรือเครื่องจักรหนัก จำเป็นต้องใช้น้ำมันดิบชนิดหนักจากเวเนซุเอลาเป็นส่วนประกอบสำคัญในกระบวนการกลั่น


ปัจจุบัน เวเนซุเอลามีแหล่งน้ำมันสำรองที่พิสูจน์แล้ว ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แต่รายงานระบุว่า ศักยภาพดังกล่าวยังไม่ได้รับการนำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ โดยเวเนซุเอลาผลิตน้ำมันได้เพียงประมาณ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็นเพียง 0.8% ของกำลังการผลิตน้ำมันดิบทั่วโลกเท่านั้น


รายงานของอีไอเอระบุด้วยว่า มาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศต่อรัฐบาลเวเนซุเอลาและวิกฤติเศรษฐกิจที่รุนแรง คือสาเหตุหลักที่ทำให้อุตสาหกรรมน้ำมันของประเทศถดถอย แต่อีกปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กันคือการขาดการลงทุนอย่างต่อเนื่อง และการขาดการซ่อมบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพ.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES