พรรคภูมิใจไทยค่อนข้างชูจุดขายเรื่อง “3 รัฐมนตรีผลงานดี” จะกลับมาทำงานเป็นรองนายกฯ ควบรัฐมนตรี ถ้าเสี่ยหนูได้กลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง แต่ต้องระวังถ้าเอาเรื่องนี้ขายเยอะเกินไป คนไทยขี้หมั่นไส้จะรู้สึกเฝือ และถามเอาว่า “แล้วคนอื่นๆที่เป็นเลือดแท้พรรคไม่มีคนดีๆ แล้วหรือถึงขายแต่คนนอก 3 คนนี้ ?

เห็นรัฐมนตรีลูกบ้านใหญ่ไม่ค่อยจะได้แสง อย่าง “ดีด้า” ซาบีดา ไทยเศรษฐ รมว.วัฒนธรรม “นก” ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัล หรือ “แบต” ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ พวกนี้มีผลงานอะไรที่น่าจะเอามาขายว่า “ถ้าได้อยู่จะทำต่อ” บ้างหรือไม่ ?  น่าจะเอามาโปรโมท ให้เห็นผลงานระดับชาติของบ้านใหญ่

การหาเสียงยังเดินหน้าต่อไปได้อีก 1 เดือน อะไรก็เกิดขึ้นได้ บางพรรคอาจเป็นม้าตีนปลายก็ได้ เลือกตั้งเที่ยวนี้มีพรรคเกิดใหม่หลายพรรค หลายพรรคหวังปาร์ตี้ลิสต์ แต่ไม่แน่อาจได้ สส.เขต การเลือกตั้งที่ผ่านมาก็มีพรรคน้องใหม่ “เพื่อไทรวมพลัง” ที่ชนะเลือกตั้งอุบลราชธานีได้สองเขต ( แม้ว่าจะมีเสียงครหาใกล้ชิดบ้านใหญ่ )

มาดูพรรคเล็ก ขณะนี้ที่น่าสนใจอันดับแรกมาเลยคือ “พรรคเศรษฐกิจ” ที่เสนอชื่อ “บิ๊กตี๋” พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ อดีต ผอ.ททบ.5 เป็นแคนดิเดตนายกฯ จุดขายของพรรคนี้คือบุคลิกโผงผางแบบพุ่งเข้าชนของ พล.อ.รังษี ดูจะเป็นที่ชื่นชอบ ประกอบกับมีความเป็นชาตินิยม ซึ่งรับกับที่คนเรียกร้องความสามัคคีในยามที่สถานการณ์ไทย-เขมรยังไม่ยุติ

แต่สิ่งที่เป็นข้อครหาคือ “เอาชื่อบิ๊กตี๋มาส่งคนอื่นเข้าสภาหรือไม่ ? เพราะชื่อ พล.อ.รังษี ไปโผล่อยู่อันดับสิบในปาร์ตี้ลิสต์ของพรรค ขณะที่เบอร์หนึ่งคือ “คริส โปตระนันทน์” ประธานพรรค อดีตผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ โอกาสคะแนนไปถึงบิ๊กตี๋ค่อนข้างจะยาก พรรคเอาเรื่องนี้มาเปลี่ยนเป็น “การท้าทาย” แทนว่า ขอให้กาให้ถึงเบอร์ 10

พรรคต่อมาคือ พรรคไทยก้าวใหม่ ตัวหัวหน้าพรรค“ดร.เอ้”สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประกาศท่าทีค่อนข้างชัดว่า ต้องการเข้ามาทำงานด้านการศึกษา และยังขายความเป็นวิศวกรแก้ปัญหาน้ำท่วม จะจัดการปัญหาได้เด็ดขาดโดยเฉพาะในกรุงเทพและภาคกลาง จากตัวผู้สมัครและตัวนโยบายดูเหมือนจะเน้นขายคนเมือง

พรรคโอกาสใหม่ นำโดย “ปลัดตุ๋ม” จตุพร บุรุษพัฒน์ อดีต รมว.พาณิชย์ พรรคนี้เป็นที่น่าสนใจเพราะมีนักการเมืองหน้าเก่าเข้าไปอยู่ร่วมหลายคน และเป็นพรรคที่เคยมีข่าวว่า อดีตข้าราชการหลายคน นำโดย “ปลัดฉิ่ง” ฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดมหาดไทย เป็นแกนนำรวมพลังตั้งพรรค โดยรวมจุดขายเด่นๆ ยังไม่ชัดเจนนัก

พรรครักชาติ นำโดย “อดีต รมต.โอ๋” ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ แสดงออกว่า ต้องการขายคนรุ่นใหม่ มักมีกิจกรรมสีสันให้เป็นที่จดจำ แสดงตัวเป็นพรรคอนุรักษ์นิยมทันสมัย ตัวแคนดิเดตนายกฯอีกคน คือ ดร.เจษฏ์ โทณะวณิก นักกฎหมายชื่อดังที่ออกจะอนุรักษ์นิยม ซึ่งการแชร์ฐานเสียงอนุรักษ์นิยมคล้ายพรรคอื่น ทำให้ต้องออกแรงแข่งขันมากอยู่

อีกพรรคหนึ่งคือ พรรคพลวัต ซึ่งได้ “สส.นล” กัณวีร์ สืบแสง มาเป็นผู้นำพรรค ซึ่งเขามีบทบาททางด้านการต่างประเทศค่อนข้างเด่น อาจโดนตั้งข้อสังเกตบ้างว่า“เข้าข้างต่างด้าวเยอะไปหรือไม่ ?อาจโดนลูกหมั่นไส้อีกอย่างที่พูดแต่แรกว่าต้องการเป็นรัฐบาลจะได้ทำงาน ซึ่งความจริงไม่ว่าพรรคไหนก็อยากเป็นรัฐบาล

ก็เป็นตัวอย่างพรรคที่เป็นทางเลือกใหม่ ในช่วง 1 เดือนหาเสียงอาจมีอะไรพลิกให้โดดเด่นขึ้นมาก็ได้.