สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ว่า กฎระเบียบดังกล่าว ถือเป็นการปรับปรุงระบบการจัดการขยะครัวเรือนครั้งใหญ่ที่สุดของกรุงฮานอย ในรอบกว่าสิบปี โดยครัวเรือนต้องแยกขยะออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ วัสดุรีไซเคิล ขยะอาหาร และขยะอันตราย
หากครัวเรือนใดไม่คัดแยกขยะ บริษัทเก็บขยะจะสามารถปฏิเสธขยะที่ไม่ได้แยกประเภทอย่างถูกต้อง หรือไม่ได้ใส่ในภาชนะที่ได้รับการอนุมัติ และรายงานการละเมิดต่อหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อดำเนินการตรวจสอบและลงโทษ
Hanoi to require household waste sorting and allow collectors to refuse unsorted rubbish https://t.co/XkDJJtqV4F
— The Straits Times (@straits_times) January 3, 2026
ทั้งนี้ ขยะประเภทแรกครอบคลุมวัสดุรีไซเคิล เช่น กระดาษ พลาสติก ไม้ ยาง และอุปกรณ์ไฟฟ้า ส่วยขยะประเภทที่สอง คือ อาหารเหลือ อาหารหมดอายุ และเศษอาหารจากครัว ขณะที่ขยะประเภทที่สาม ประกอบด้วยสิ่งของขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น เฟอร์นิเจอร์และวงกบประตูที่ชำรุด รวมถึงขยะอันตรายในครัวเรือน เช่น ภาชนะบรรจุยาฆ่าแมลง สีทาบ้าน แบตเตอรี่ที่ใช้แล้ว และตัวสะสมประจุ
การตัดสินใจกำหนดกฎระเบียบข้างต้น มีผลกับครัวเรือน บุคคล และองค์กรที่สร้างขยะภายในประเทศน้อยกว่า 300 กิโลกรัมต่อวัน ซึ่งเทศบาลกรุงฮานอยระบุว่า ระบบใหม่นี้มีจุดประสงค์เพื่อลดการใช้พื้นที่ฝังกลบขยะ และปรับปรุงอัตราการรีไซเคิลในเมือง ให้สอดคล้องกับการผลิตขยะครัวเรือนประมาณ 7,500 ตันต่อวัน
อีกด้านหนึ่ง กระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมของเวียดนาม ได้รับมอบหมายให้พัฒนากรอบราคาใหม่สำหรับการเก็บรวบรวม การขนส่ง และการจัดการขยะ ซึ่งในปัจจุบัน ค่าธรรมเนียมขยะในกรุงฮานอยเป็นราคาคงที่และไม่สูงมาก โดยผู้อยู่อาศัยในเขตเมืองจ่ายเงินประมาณ 24,000 ดงต่อครัวเรือนต่อเดือน (ราว 29 บาท) ส่วนประชาชนในชุมชนชนบทจ่ายค่าธรรมเนียมประมาณครึ่งหนึ่งของจำนวนนั้น.
เครดิตภาพ : AFP



