เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ที่ลานหน้าลิโด้ สยามสแควร์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ดำเนินคดีกับนายปกรณ์ ลัม หรือ โดม ปกรณ์ นักแสดงชื่อดัง ในข้อหาคุกคามทางเพศ น.ส.ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ หรือน้องจินนี่ บุตรสาวของตนนั้น ได้ติดต่อมาขอโทษหรือไม่ ว่า ไม่ได้ติดต่อตนโดยตรง เพราะไม่ได้รู้จักกันโดยตรง ซึ่งติดต่อผ่านคนรอบตัวว่าจะเข้ามาพบและวันที่นายปกรณ์ ลัม ไปที่พรรคเป็นวันที่ไม่ได้อยู่พรรคจึงได้ฝากกระเช้าไว้ที่ป้อมยามและได้บอกคนที่ติดต่อมาว่าหลังปีใหม่จะคุยกัน ตนยืนยันว่าเรื่องนี้ที่ทำไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องที่สังคมจะต้องหยุดมองผู้หญิงเป็นวัตถุ จะต้องเคารพซึ่งคุณค่าของมนุษย์ไม่ว่าจะเพศใด เป็นผู้หญิง เป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศ เป็นผู้ชาย ผู้พิการ เด็ก เราต้องเคารพในมนุษย์และวันนี้ได้แสดงความจำนงชัดเจนว่าดำเนินคดี เพื่อให้สังคมตระหนักว่าการมองผู้หญิงเป็นวัตถุนั้นมันควรจะจบ

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า ไทยสร้างไทยเป็นพรรคการเมือง เมื่อเราโดนแบบนี้เราเคยปกป้องในกรณีอื่น กรณีนี้ก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นหน้าที่ของคนที่เป็นพรรคการเมืองที่จะต้องทำให้เปลี่ยนความคิดของคนในสังคมให้เกิดขึ้นให้ได้ วันนี้เราควรเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ร่วมกัน การที่โดนแบบนี้ไม่ต้องลูกสาวของตน แต่เป็นลูกของคนอื่นก็ควรจะได้รับการเคารพเช่นเดียวกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่าคนที่คอมเมนต์โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย โดยเฉพาะดาราหรืออินฟลูเอนเซอร์นั้น คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า กฎหมายเพิ่งประกาศใช้และเราก็ดูช่องโหว่ทางกฎหมายให้รัดกุมขึ้น ซึ่งจะให้เรื่องนี้เป็นนโยบายสำคัญที่จะทำให้สังคมปลอดภัยทั้งด้านการกดขี่ การทำร้ายร่างกายและจิตใจ

เมื่อถามอีกว่าส่วนหากนายปกรณ์ ลัม มาขอโทษนั้น จะรับคำขอโทษหรือไม่ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่การเจ็บแค้น แต่เป็นเรื่องการต้องพูดให้เข้าใจว่าสังคมเราควรจะมองอย่างพี่น้อง ควรจะมองอย่างที่เป็นครอบครัวเดียวกันและเอื้ออาทรต่อกัน ไม่ใช่ดูหมิ่นดูถูกใครได้แม้จะยากจนแค่ไหนซึ่งก็คงต้องคุยกันก่อน ยืนยันว่ายังไม่ได้รับการติดต่อมา

เมื่อถามย้ำว่ากรณีนี้ต้องให้บุตรสาวไปให้ปากคำด้วยหรือไม่กับทางคู่กรณี คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า การเผชิญหน้าคงจะไม่ได้เจอกันเพราะตัวของบุตรสาวตนนั้น ก็เสียใจแต่พอตั้งสติได้ ก็เข้มแข็งและพิจารณาทุกอย่างอย่างมีสติโดยไม่ได้มีอารมณ์ ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ยืนยันว่าต้องเข้าไปให้ปากคำตามกฎหมาย ส่วนจะเป็นวันไหนนั้นยังไม่มีการนัดหมายกัน โดยยืนยันว่าจะให้ปากคำอย่างแน่นอน