เมื่อวันที่ 4 ม.ค. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย น.ส.อรชพร คงวุฒิปัญญา ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 30 น.ส.เสาวณีย์ คงวุฒิปัญญา ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 32 นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 29 พร้อมด้วยคณะพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่หาเสียง ที่เขตภาษีเจริญ และเขตบางกอกใหญ่ กทม.
โดยมีการพูดคุยพบปะกับประธานชุมชน ประชาชนภายในเขต โดยมีการสะท้อนปัญหาต่างๆ ในเรื่องค่าโดยสารรถไฟฟ้า เรื่องยาเสพติด นายจุลพันธ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยต้องทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่สามารถจ่ายได้ คนกรุงเทพฯ ต้องอยู่ไหว เพราะตอนนี้ค่าใช้จ่ายเรื่องของคนกรุงเทพฯ โดยเฉลี่ย 30-50% เป็นเรื่องของค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายเรื่องบ้าน สิ่งที่เราทำคือต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายตรงนี้ ด้วยนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย รวมถึงนโยบายรถเมล์แอร์ไฟฟ้า 10 บาทตลอดสาย นำร่องเส้นทางใหม่ 10 สาย โดยมีในเขตภาษีเจริญจำนวน 2 สาย และสานต่อนโยบายบ้านเพื่อคนไทย จ่ายเพียง 4,000 บาท ให้คนไทยรายได้น้อยสามารถมีบ้านตัวเองได้

“พรรคเพื่อไทยทราบดีว่า เศรษฐกิจของกรุงเทพฯ หล่อเลี้ยงด้วยคนชั้นกลาง และชนชั้นล่าง ถ้าไม่มีคนเหล่านี้เป็นแรงงาน บริษัท โรงแรม ที่อยู่ใจกลางกรุงเทพฯ จะอยู่ไม่ได้ เพราะไม่มีบุคลากรเหล่านี้ โดยหลายคนอยู่ในพื้นที่ชุมชนแออัด อยู่ย่านชานเมือง ซึ่งค่าโดยสารเข้ามาในเมืองนั้นมีราคาสูง เมื่อเขามาทำงานสร้างรายได้ เราจึงต้องมีหน้าที่ช่วยลดรายจ่าย ซึ่งก็เป็นการเพิ่มรายได้ให้เขาไปในตัวให้เขาอยู่รอด ครอบครัวเขาอยู่มีความสุข ประเทศชาติก็จะเจริญก้าวหน้า” นายจุลพันธ์ กล่าว
ส่วนเรื่องการปราบยาเสพติดนั้น เราจะลุยต่อไม่จบไม่เลิก โดยการ Seal Stop Safe และบำบัดผู้ติดยาเสพติดผ่านนโยบาย 1 อำเภอ 1 ศูนย์บำบัด เพื่อให้บำบัดอยู่ในศูนย์ก่อนคืนกลับสู่ชุมชน

นายจุลพันธ์ กล่าวถึงเรื่องการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมว่าจะเป็นแนวทางให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่มีรายได้สูง โดยดึงเทคโนโลยีจากต่างประเทศเข้ามา จึงต้องมีการอัพสกิลในวิชาชีพขั้นสูง โดยเฉพาะกับกลุ่มนักเรียนอาชีวะ โดยมีนโยบาย 2 ตัว อย่างแรกคือ “นโยบายเรียนได้งบจบได้งาน” ซึ่งจะให้ทุน 10,000 บาท ต่อเนื่อง 4 ปี เพื่อให้เรียนรู้ทักษะใหม่พร้อมหางานให้หลังเรียนจบ และ “นโยบายอาชีวะสร้างชาติ สู่อาชีวะสู่สากล” โดยจะจับมือกับภาคเอกชนพัฒนาหลักสูตรใหม่ เพื่อยกระดับแรงงานให้ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรม



