สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ว่านายมาร์โก รูบิโอ รมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวถึงปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐในเวเนซุเอลา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ว่าไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นต้องแจ้งให้สภาคองเกรสรับทราบ และขอให้มีการอนุมัติก่อน เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น “ไม่ใช่การรุกราน” แต่เป็น “ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมาย”
When asked if the U.S. views Venezuelan VP Delcy Rodriguez as the legitimate president, Sec. Rubio said: “Ultimately, legitimacy for their system of government will come about through a period of transition and real elections which they have not had.” https://t.co/F2n72YzssB pic.twitter.com/yqxw07Jn6n
— This Week (@ThisWeekABC) January 4, 2026
รูบิโอยืนยันว่า มีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสอบสวนกลาง ( เอฟบีไอ ) ร่วมลงพื้นที่เพื่อจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร และนางซิเลีย ฟลอเรส ภริยา ขณะเดียวกัน การแจ้งให้สภาคองเกรสรับทราบล่วงหน้า “มีความเสี่ยงที่ข้อมูลจะรั่วไหล”
เมื่อผู้สื่อข่าวซักถามว่า สหรัฐอยู่ในภาวะสงครามกับเวเนซุเอลาหรือไม่ รูบิโอกล่าวว่า “ไม่ใช่สงคราม” กับเวเนซุเอลา แต่เป็นการทำสงครามระหว่างสหรัฐกับองค์กรค้ายาเสพติด ดังนั้น ปฏิบัติการทางทหารต่อเรือซึ่ง “ลำเลียงยาเสพติดมุ่งหน้าสู่สหรัฐ” จะยังคงดำเนินต่อไป
NBC News: How soon will elections be held in Venezuela? Within 30 days?
— Clash Report (@clashreport) January 4, 2026
Rubio: Elections? I think it is premature at this point. pic.twitter.com/cyLJMyhlLR
เกี่ยวกับนางเดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ซึ่งตอนนี้ปฏิบัติหน้าที่รักษาการประธานาธิบดี รูบิโอกล่าวว่า สหรัฐจะประเมินและตัดสินการกระทำของเธอนับจากนี้เป็นต้นไป
สหรัฐคาดหวังว่า จะได้เห็นการปฏิบัติตามและความร่วมมือจากเวเนซุเอลา “มากกว่าที่เคยได้รับก่อนหน้านี้” ไม่ใช่จากการแถลงด้วยคำพูดและลายลักษณ์อักษร และการพูดถึงการเลือกตั้งในเวลานี้ “ยังเร็วเกินไป” สำหรับเวเนซุเอลา แม้เป็นกระบวนการที่ชอบธรรมในการเปลี่ยนผ่านก็ตาม
รูบิโอกล่าวต่อไปว่า นับจากนี้ หากเวเนซุเอลา “ไม่ตัดสินใจในทางที่ถูกต้อง” สหรัฐยังคงมีเครื่องมือและอำนาจต่อรองหลายประการ เพื่อรับประกันว่าผลประโยชน์ของสหรัฐจะได้รับการคุ้มครอง ซึ่งรวมถึงมาตรการกักกันด้านน้ำมันที่มีผลบังคับใช้อยู่ในขณะนี้
ทั้งนี้ รูบิโอกล่าวถึงมาดูโรว่า “ไม่ใช่ผู้นำที่ชอบธรรมของเวเนซุเอลา” และสหรัฐ “ไม่สามารถร่วมงานหรือทำข้อตกลงใดก็ตาม” กับมาดูโรได้อีกต่อไป ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลวอชิงตันยื่นข้อเสนอที่ “ใจกว้างอย่างมาก” ให้กับอีกฝ่ายแล้ว และให้โอกาสกับมาดูโรมากพอแล้ว.
เครดิตภาพ : AFP



