เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงที่คะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ใน จ.สงขลา ตีตื้น โดยผลนิด้าโพลระบุว่าประชาชนใน จ.สงขลา กว่า 40 เปอร์เซ็นต์ สนับสนุนให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรี ว่า ความกังวลต่อพรรคประชาธิปัตย์ที่มีเรตติ้งดีขึ้น ถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่ในฐานะที่พรรคภูมิใจไทยมอบหมายให้ตนดูแลพื้นที่ภาคใต้ ตนก็ต้องเดินหน้าและพยายามต่อไปในการพูดถึงสิ่งต่างๆ ที่พรรคภูมิใจไทยได้ทำมาตลอดตั้งแต่ปี 2562 จนถึงขณะนี้ และตนไม่ได้กังวลอะไรมาก เพราะเวลาเปลี่ยนไป ยุคสมัยเปลี่ยนไป นอกจากนี้ ตนมีความมั่นใจในตัวนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งตลอดระยะเวลาประมาณ 3 เดือนที่นายอนุทินเข้ามาบริหารประเทศ และทำให้เกิดความชัดเจนต่างๆ ในหลายด้าน มากกว่าทุกยุคที่ผ่านมา
เมื่อถามว่าในช่วงระยะเวลาที่เหลืออยู่ พรรคภูมิใจไทยจะยังสามารถซื้อใจประชาชนได้หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เราไม่ได้ซื้อใจประชาชน แต่เราพยายามนำเสนอผลงานที่ผ่านมาให้กับประชาชนใน 14 จังหวัดภาคใต้ได้รับทราบว่าพรรคภูมิใจไทยทำอะไรบ้าง และพวกเราจะทำอะไรในอนาคตหลังจากการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 2569 ซึ่งตนคิดว่าประชาชนในภาคใต้จะเข้าใจดีว่าอะไรเป็นอะไร และเมื่อพรรคภูมิใจไทยได้นำเสนอแล้ว ก็ต้องทำให้เกิดขึ้นได้จริง ไม่ใช่โครงการที่สวยหรูแต่อยู่ในอากาศ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง เราจะนำเสนอเฉพาะส่วนที่ทำได้จริง

ผู้สื่อข่าวถามว่าเป้าหมายของพรรคภูมิใจไทยในภาคใต้ยังเหมือนเดิมใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ตนมั่นใจว่าจะได้เก้าอี้ สส.ไม่น้อยกว่า 31 ที่นั่ง และจะพยายามทำให้ได้มากกว่านั้น เพราะแม้การช่วงชิงเก้าอี้ สส.ในภาคใต้มี 2-3 พรรคการเมือง แต่เรายังมั่นใจว่าน่าจะได้ สส.ระบบเขตมากที่สุด
เมื่อถามว่าหนักใจหรือไม่ต่อการดูแลพื้นที่ภาคใต้ในครั้งนี้ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การที่พรรคภูมิใจไทยมอบหมายให้ตนและเพื่อนๆ อีกหลายคนดูแลพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ย่อมมีความเหนื่อยและหนักใจ แต่การทำงานทางการเมืองไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเราต้องตอบโจทย์ประชาชนให้ได้ในทุกมิติ แต่สิ่งสำคัญคือเมื่อเราพูดกับประชาชนแล้ว จะทำอย่างไรให้เขาเชื่อมั่นว่าเราพูดแล้วทำได้
ผู้สื่อข่าวถามว่าพรรคภูมิใจไทยจะมีไม้เด็ดอะไรในช่วงระยะเวลาที่เหลือก่อนการเลือกตั้ง นายพิพัฒน์ กล่าวว่า คงไม่มีไม้เด็ด เพราะพรรคภูมิใจไทยจะนำเสนอในสิ่งที่เราทำได้ เราไม่นำเสนอโครงการเพ้อฝัน และอะไรที่เป็นนโยบายของพรรคเรา อาทิ นโยบายคนละครึ่งพลัส เราก็จะดำเนินการต่อ หากได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จากการที่ตนไปลงพื้นที่พบกับแม่ค้าพ่อค้าและประชาชน พบว่าโครงการคนละครึ่งพลัสได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก
เมื่อถามถึงกำหนดการการปราศรัยใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยในภาคใต้ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เราจะเริ่มเปิดปราศรัยใหญ่ในภาคใต้ตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค.-6 ก.พ.นี้ ซึ่งเวทีแรกจัดขึ้นที่ จ.ระนอง ในวันที่ 28 ม.ค. และปิดท้ายที่ จ.พัทลุง ในวันที่ 6 ก.พ.นี้ ซึ่งตรงกับเวทีใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยจะเว้น 2 วัน คือวันที่ 31 ม.ค. และ 1 ก.พ. 2569 เนื่องจากตนและรัฐมนตรีของพรรคฯ ที่ดูแลภาคใต้ ต้องเข้าร่วมพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร 100 วัน ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อย่างไรก็ตาม ไฮไลต์ปราศรัยใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยในภาคใต้ที่ต้องจับตา ซึ่งนายอนุทิน พร้อมด้วยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ จะร่วมกันยกทัพใหญ่ของพรรคฯ ไปขึ้นเวทีปราศรัย ประกอบด้วย 1.เวทีที่ จ.ภูเก็ต ในวันที่ 30 ม.ค. 2.วันที่ 3 ก.พ. ที่ จ.สุราษฎร์ธานี 3.วันที่ 4 ก.พ. ที่ จ.สงขลา และ 4.วันที่ 5 ก.พ. ที่ จ.นครศรีธรรมราช



