จากที่ปรากฏข้อกล่าวหามีความพยายามวิ่งเต้นคดี ในชั้นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ด้วยการเสนอสินบน เป็นทองคำแท่งมูลค่าสูง พัวพัน “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. กับพวก กลายเป็นประเด็นร้อนทิ้งทวนท้ายปี 68 ต่อเนื่องต้นปี 69 ก่อนถูกจับตาจะเป็นศึกใหม่อีกครั้งของวงการสีกากีหรือไม่ โดยเฉพาะครั้งนี้ ข้อมูลเปิดเผยจาก “คนใน” อย่างอดีตลูกน้องคนสนิท “พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิสมัย”
ย้อนที่มาปมฉาวรอบใหม่ ต้นเรื่องจากกรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช.
– 23 ธ.ค. 68 ที่ บก.ปปป. มีการเข้าแจ้งความกล่าวหา มีการนำทองคำแท่งน้ำหนัก รวม 246 บาท ไปเสนอให้หนึ่งในกรรมการ ป.ป.ช. แลกช่วยพ้นผิด
– 26 ธ.ค. 68 เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดี นำกำลังพร้อมหมายค้น เข้าตรวจสอบบ้านพัก-สำนักงานของเครือข่ายเกี่ยวข้อง รวม 11 จุด ใน กทม. และสุราษฎร์ธานี ก่อนที่วันเดียวกันนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน โดยปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
– 29 ธ.ค. 68 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ พร้อมทนายความ นำหลักฐานยื่นเพิ่มเติม ยืนยันปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมตั้งข้อสังเกต การสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ส่อไม่เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม เหตุไม่แจ้งข้อหากับผู้ที่มากล่าวหา ทั้งที่อ้างเป็นคนถูกใช้ให้นำทองคำไปให้คนอื่น ชี้ตัวผู้กล่าวหาก็ต้องมีความผิด เผยไม่ได้ติดต่อกันปีกว่า สาเหตุฟ้องอาจมาจากปมเผยสัมพันธ์กับ “มินนี่” จนไม่พอใจเพราะกระทบครอบครัว ยอมรับเสียใจ แต่ไม่ตำหนิ
อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คดีนี้ได้รับความสนใจในวงกว้าง เกิดขึ้นวันที่ 31 ธ.ค. 68 เมื่อ พ.ต.อ.ภาคภูมิ อดีตนายตำรวจคนสนิทของบิ๊กโจ๊ก ออกมาเปิดเผยพร้อมสู้ความจริง หลังทนบ่วงกรรมมานานนับ 10 ปี โดยนำพยานหลักฐานเข้าให้ข้อมูลพนักงานสอบสวน ยืนยันว่าตนเองเป็นผู้ที่นำทองคำดังกล่าวไปมอบให้กรรมการ ป.ป.ช. จริง
พร้อมเปิดใจ การออกมาเปิดโปงครั้งนี้ตัดสินใจยากลำบาก แต่ต้องทำ เพราะไม่อาจทนเห็นลูกน้องตำรวจหลายคนถูกกดดัน บังคับให้รับผิดในสิ่งที่ไม่ได้กระทำ บางรายต้องเผชิญคดีความ ชีวิตราชการพังทลาย และครอบครัวได้รับผลกระทบมาเป็นเวลานาน พร้อมอ้างพฤติกรรมการทำร้ายร่างกาย
คำให้การของ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ทำให้กลายเป็นพยานปากสำคัญ ขณะเดียวกันก็ทำให้คดีซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เมื่อกรรมการ ป.ป.ช. ที่ถูกพาดพิง แจ้งความดำเนินคดีกลับ ในข้อหาแจ้งความเท็จ และกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นรับโทษทางอาญากับ พ.ต.อ.ภาคภูมิ
ล่าสุด 5 ม.ค. 69 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. นำสำนวนคดีสินบนของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กับพวกรวม 6 คน ยื่น ป.ป.ช. พิจารณาไต่สวนตามขั้นตอน พร้อมยื่นคัดค้านกรรมการ ป.ป.ช. ที่ไม่ขอให้ร่วมในคดีดังกล่าว
ย้อนข้อมูลวันเกิดเหตุ 31 ส.ค. 67 มีการอ้างว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ เข้าพบที่สำนักงานย่านรัชดา ก่อนให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ นำทองคำแท่งไปมอบให้กรรมการ ป.ป.ช. ที่ถูกกล่าวหาในวันรุ่งขึ้น (1 ก.ย. 67) เพื่อช่วยเหลือทางคดี อ้างว่าพูดคุยตกลงกันแล้ว พร้อมให้ถ่ายคลิประหว่างส่งมอบไว้
ขณะ พ.ต.อ.ภาคภูมิ หลังกลับที่พัก ได้เปิดกล่องพบทองคำแท่งบรรจุกล่องกระดาษ 2 กล่อง น้ำหนัก 246 บาท จึงถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน ต่อมา 1 ก.ย. 67 มีการส่งมอบทองคำแท่งให้ตัวกรรมการ ป.ป.ช. โดยเป็นการส่งมอบในรถที่มีคนขับ และตัวกรรมการ ป.ป.ช. คนดังกล่าวนั่งมาในรถด้วย.



