สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ว่า คำถามสำคัญคือจะเกิดอะไรขึ้นกับบุคคลผู้ทรงอิทธิพลฝ่ายซ้ายที่เรียกกันว่า “สโมสรห้าผู้นำ” (Club of Five) ในเมื่อสมาชิกสำคัญที่สุดสองคนอย่าง มาดูโร และนางซิเลีย ฟลอเรส ไม่ได้อยู่ในประเทศแล้ว และไม่แน่ชัดว่า จะมีโอกาสเดินทางกลับมาที่เวเนซุเอลาอีกหรือไม่


ก่อนประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ ถึงแก่อสัญกรรม เมื่อปี 2566 ชาเวซเลือกมาดูโรให้ดำรงตำแหน่งทายาททางการเมืองด้วยตัวเอง เมื่อขึ้นสู่อำนาจ มาดูโรสามารถกุมอำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จ จนกระทั่งถูกหน่วยรบพิเศษของสหรัฐจู่โจมจับกุม เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา


ตลอดระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมา มาดูโรมีทีมงานที่แข็งแกร่งประกอบด้วย ภริยาคือฟลอเรส และบุคคลผู้ทรงอิทธิพลอีก 3 คน ได้แก่ นางเดลซี โรดริเกซ รองประธานาธิบดี ซึ่งตอนนี้อยู่ในฐานะรักษาการผู้นำ นายฆอร์เฆ โรดริเกซ พี่ชายของเดลซี ซึ่งตอนนี้ดำรงตำแหน่งประธานสภาแห่งชาติ และนายดิออสดาโด กาเบโย รมว.มหาดไทย

นายฆอร์เฆ โรดริเกซ


ในยุคมาดูโร เดลซีมีหน้าที่บริหารเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมน้ำมัน ส่วนฆอร์เฆคุมฝ่ายนิติบัญญัติอย่างเบ็ดเสร็จ พี่น้องคู่นี้ขึ้นชื่อเรื่องการใช้วาทศิลป์ที่เผ็ดร้อน และการด่าทอ “ศัตรูของชาติ” ซึ่งหมายถึงสหรัฐ


อย่างไรก็ตาม ในเบื้องหลัง ทั้งคู่คือนักปฏิบัติการทางการเมืองที่เชี่ยวชาญ ฆอร์เฆเป็นหัวหน้าคณะเจรจากับฝ่ายค้านและสหรัฐ ด้านเดลซีเป็นตัวแทนปฏิบัติหน้าที่แทนมาดูโรในเวทีระดับโลกหลายแห่ง และผู้เชี่ยวชาญยังเชื่อว่า สองพี่น้องอยู่เบื้องหลังการกำจัดคู่แข่งทางการเมืองภายในเวเนซุเอลาเองด้วย

นายดิออสดาโด กาเบโย

ขณะที่กาเบโย คือหนึ่งในบุคคล “น่าหวาดกลัว” และ “ทรงอิทธิพลที่สุด” คนหนึ่งของเวเนซุเอลา ย้อนกลับไปยังการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2567 ปฏิบัติการด้านความมั่นคงของเจ้าหน้าที่ภายใต้การนำของกาเบโย มีประชาชนราว 2,400 คน ถูกจับกุมระหว่างการประท้วงผลการเลือกในปีนั้น หลายฝ่ายมองว่า กาเบโย “มีความสุดโต่งและหัวรุนแรงที่สุด” ในบรรดากลุ่มผู้ทรงอิทธิพลทั้ง 5 คน


ทั้งนี้ รัฐบาลวอชิงตันตั้งรางวัลนำจับกาเบโย 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 782.75 ล้านบาท) แม้เจ้าตัวเก็บตัวเงียบในช่วงแรกหลังหน่วยรบพิเศษสหรัฐจู่โจมจับกุมมาดูโรและภริยาถึงในเวเนซุเอลา แต่ในที่สุดก็ปรากฏตัว และร่วมประชุมคณะรัฐมนตรี ที่มีเดลซีเป็นผู้นำ.

เครดิตภาพ : AFP