เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “นายสมชัย ศรีสุทธยากร” อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร” เผยว่าแม้จัดประชามติพร้อมการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 2569 แต่ กกต. ยังต้องใช้งบทำประชามติราว 3,000 ล้านบาท จากงบรวมที่ขอ 8,900 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการแยกการทำงานเป็นสองระบบ ใช้กรรมการประจำหน่วยคนละชุด เพิ่มค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ทุกระดับ และมีค่าใช้จ่ายด้านเอกสาร บัตร และการขนส่ง
ผลคือประชาชนต้องเข้าคิว ตรวจบัตร และกาบัตรถึง 2 รอบในวันเดียวกัน ถูกตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าและความสะดวกของการจัดงานดังกล่าว
โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “ทำไมประชามติพร้อมเลือกตั้ง กกต. ยังต้องใช้เงินทำประชามติ ถึง 3,000 ล้านบาท แม้ กกต. จะไม่ยอมพูดให้ชัดเจนว่า การจัดประชามติคราวนี้ ใช้เงินเท่าไร แต่พอประมาณการจากงบทั้งหมดที่ขอรัฐบาล 8,900 ล้าน หักค่าใช้จ่ายในการจัดเลือกตั้งที่เคยใช้ในปี 62 5,900 ล้าน เป็นตัวเลขค่าจัดประชามติกลมๆ ได้ 3,000 ล้านบาท”

นอกจากนี้ ทำไมจัดพร้อมเลือกตั้งยังต้องใช้เงินถึงเฉียด ๆ 3,000 ล้านไปดูระเบียบของ กกต. ที่ออกมาจะได้คำตอบ มีดังนี้
1. การจัดเลือกตั้ง กับการจัดออกเสียงประชามติ ใช้กรรมการประจำหน่วยคนละชุดกัน โดย มี กปน.เลือกตั้ง 9 คน ส่วน กปน.ประชามติ 5 คน
2. มีการขึ้นค่าตอบแทน กปน. จาก 650 บาท เป็น 800 บาท
3. มีการขึ้นค่าตอบแทน ประธานเขต และ ผอ.เขต จาก 15,000 บาท เป็น 25,000 บาทต่อเดือน (จ่าย 2 เดือน)
4. มีการขึ้นค่าตอบแทน กรรมการเขต จาก 12,000 บาท เป็น 22,000 บาทต่อเดือน (จ่าย 2 เดือน)
5. มีค่าใช้จ่ายอื่น เช่น การพิมพ์เอกสารแจกจ่ายตามบ้าน การพิมพ์บัตรออกเสียง การจัดส่งบัตร ฯลฯ
อย่างไรก็ตาม “เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า ที่ต้องมี กปน. เลือกตั้ง 9 คน และ กปน.ประชามติ 5 คน การจัดหน่วยจึงต้องแยกหน้าที่ของ กปน. 2 ชุดให้ทำหน้าที่แตกต่างกัน เดี๋ยวโดนหาว่า ไม่ทำงาน วันที่ 8 ก.พ. 2569 วันเลือกตั้งและวันออกเสียงประชามติ เมื่อเราไปถึงหน่วยเลือกตั้ง เราจะพบเต็นท์ที่ขยายเป็น 2 เท่า เจอ กปน. 2 ชุดแยกกันทำงาน ต้องเข้าคิว 2 ครั้ง ตรวจชื่อแสดงตนด้วยบัตรประชาชน 2 รอบ รับบัตร 2 ครั้ง เข้าคูหากาบัตร 2 ที แทนที่จะใช้ กปน. ชุดเดียวทำครั้งเดียว และสะดวกต่อประชาชน จะดีใจหรือเสียใจดีที่เขาทำงานคุ้มค่าแบบนี้”
ขอบคุณข้อมูล : ปั่นไปไหน – สมชัย ศรีสุทธิยากร



