เมื่อวันที่ 6 ม.ค. กรณีนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวที่มีคนไปท้วงติง
และเตรียมจะมีการยื่นตรวจสอบตามความใน พ.ร.ป.สส. 2561 มาตรา 51 ควรยื่นขอให้ กกต. ดำเนินการตรวจสอบเพื่อวินิจฉัยว่ากรณีการสมัคร สส. ของนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ที่มาแทนนายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ นั้นชอบหรือไม่

ซึ่งในบทสัมภาษณ์ได้มีการพาดพิงถึงการเปลี่ยนตัว สส. ที่จังหวัดบุรีรัมย์ และให้ไปถามนายเนวิน ชิดชอบ ทำให้บรรดา สส.พรรคภูมิใจไทย ต่างออกมาแสดงความไม่พอใจ

ล่าสุดนายสนอง เทพอักษรณรงค์ อดีต สส.พรรคภูมิใจไทย บุรีรัมย์ เขต 1 ได้ออกมาระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า หลังจากดูคลิปแล้ว ตนได้เดินทางไปตรวจสอบที่ กกต.จังหวัดบุรีรัมย์ ว่าเคยมีการเปลี่ยนตัวผู้สมัครเหมือนนายเท่าพิภพกล่าวหรือไม่ ปรากฏว่าได้รับการยืนยันจาก กกต.จังหวัดบุรีรัมย์ ว่าไม่เคยมีมาก่อน การออกมาให้ข้อมูลผ่านสื่อของนายเท่าพิภพ กับคำที่ว่า “ให้ไปถามนายเนวิน” อันนี้ถือว่าเป็นการให้ข้อมูลเท็จต่อสังคม นายเท่าพิภพต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเองด้วย ถือว่าการให้ข่าวแบบนี้เป็นการให้ร้ายป้ายสีต่อพรรคภูมิใจไทยและนายเนวิน ชิดชอบ ด้วย

เมื่อสอบถามถึงกรณีที่มีทนายอั๋น บุรีรัมย์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความในเพจของตัวเองว่า “ถ้าพรรคน้ำเงิน” ได้ถึง 70 เก้าอี้ขึ้นไป ทนายอั๋น บุรีรัมย์ จะวิ่งแก้ผ้าจากบุรีรัมย์ไป “อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย” นายสนอง กล่าวว่า ข้อความคำว่าสีน้ำเงิน คงจะหมายถึงพรรคภูมิใจไทยอย่างแน่นอน อันนี้พรรคภูมิใจไทย ขอประกาศรับคำท้า ขอให้จำคำพูดตัวเองให้ได้และขอให้ปฏิบัติตามคำพูดของตัวเองด้วย ถ้าพรรคภูมิใจไทยทำได้ คงจะเป็นภาพที่อุจาดตาน่าดู

“ส่วนตัวมองอีกมุมหนึ่งว่าจริงแล้วทนายอั๋น เป็นคนบุรีรัมย์ อยากถามว่า ทนายอั๋นได้สร้างอะไรให้กับคนบุรีรัมย์บ้าง เห็นมีแต่เรื่องโจมตีให้ร้ายป้ายสีคนบุรีรัมย์ แม้แต่ศูนย์อพยพที่สนามช้าง จัดรับชาวบ้านที่เดือดร้อนเข้ามา ทนายอั๋นยังตั้งข้อสังเกตอีกว่ามีการสมคบกันหรือไม่ ทำไมถึงจัดเตรียมได้อย่างรวดเร็ว แทนที่จะมองว่านี่คือความพร้อมของคนบุรีรัมย์ที่รองรับความเดือดร้อนชาวบ้าน ถือว่าไม่ได้รักคนบุรีรัมย์จริง ไม่ควรจะเป็นคนบุรีรัมย์ด้วยซ้ำ” นายสนอง กล่าว