เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 69  นายเชษฐา ทรัพย์เย็น อาจารย์ประจำภาควิชาการบริหารและจัดการเมือง วิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช  กล่าวถึงทิศทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงว่า  เป็นที่น่าสังเกตว่าหลายพรรคการเมืองเริ่มใช้ยุทธศาสตร์ดึงบุคลากรนอกแวดวงการเมืองหรือเทคโนแครต เข้ามามีบทบาทเชิงนโยบายมากขึ้น เพื่อเสริมภาพลักษณ์ด้านความเชี่ยวชาญและความเป็นมืออาชีพในการบริหารประเทศ

นายเชษฐา  กล่าวว่า  พรรคการเมืองจำนวนไม่น้อยคุ้นเคยกับการมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในสนามการเมืองมาโดยตลอด แต่ในบริบทการเมืองปัจจุบัน มีพรรคหนึ่งที่การปรับตัวด้านภาพลักษณ์นับว่าน่าสนใจเป็นพิเศษคือ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งปัจจุบันอยู่ในสถานะแกนนำรัฐบาล และกำลังแสดงให้เห็นถึงการขยับบทบาทจากพรรคการเมืองเชิงพื้นที่ ไปสู่พรรคที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของทีมบริหารประเทศมากขึ้น

นายเชษฐา  กล่าวว่า  การเปิดตัวบุคลากรสายเทคโนแครตของพรรคภูมิใจไทยในช่วงที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากสังคมการเมืองอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเมื่อบุคคลเหล่านี้ก้าวเข้ามารับตำแหน่งทางการเมืองและมีผลงานที่สังคมสามารถจดจำได้ ทำให้เกิดภาพจำใหม่ของพรรค จากเดิมที่ถูกมองว่าเป็น พรรคการเมืองภูธร สู่การเป็นพรรคที่มีโครงสร้างทีมบริหารแบบมืออาชีพมากขึ้น

นายเชษฐา  กล่าวว่า  การมีชื่อของ 3 ทหารเสือเทคโนแครต ได้แก่ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์  นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เข้ามาเสริมทีม สะท้อนการวางโครงสร้างการบริหารประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางการแข่งขันทางการเมืองที่หลายพรรคยังถกเถียงกันเรื่องจำนวน สส. และสมการจัดตั้งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยกลับเลือกส่งสัญญาณอีกด้านหนึ่ง คือความพร้อมด้านทีมบริหาร

นายเชษฐา  กล่าวว่า ในมิติด้านเศรษฐกิจ นางศุภจี ถูกมองว่าเป็นตัวแทนของประสบการณ์บริหารภาคเอกชนระดับสากล ที่ช่วยเติมเต็มมุมมองเศรษฐกิจยุคใหม่ ทั้งในด้านกลไกตลาด ทุน เทคโนโลยี และมาตรฐานสากลอย่าง ESG และดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน ซึ่งเอื้อต่อการสื่อสารกับนักลงทุนต่างชาติ และช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้รัฐบาลในสายตาเศรษฐกิจโลก

นายเชษฐา  กล่าวว่า  ขณะที่มิติด้านการคลังภาครัฐ นายเอกนิติ ถูกมองว่าเป็นเทคโนแครตที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบภาษี งบประมาณ และรัฐวิสาหกิจ สามารถแปลงนโยบายทางการเมืองให้เป็นกลไกทางกฎหมายและการคลังที่ทำได้จริง ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว

นายเชษฐา  กล่าวว่า  ในส่วนมิติด้านการทูตและเวทีโลก นายสีหศักดิ์  ในฐานะนักการทูตมืออาชีพ ถูกมองว่าเข้ามาเติมเต็มภาพลักษณ์ความพร้อมด้านนโยบายต่างประเทศ ท่ามกลางบริบทภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยประสบการณ์ในเวทีระหว่างประเทศช่วยให้ประเทศไทยสามารถวางตำแหน่งของตนอย่างสมดุล และลดความเสี่ยงจากความไม่เข้าใจเชิงโครงสร้างด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

นายเชษฐา กล่าวว่า จุดเด่นของทีมเทคโนแครตสีน้ำเงินอยู่ที่การเสริมความเชี่ยวชาญซึ่งกันและกันอย่างเป็นระบบ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การคลัง และการทูต ทำให้เกิดภาพของสามเสาหลักเทคโนแครตที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของพรรคภูมิใจไทยสู่ความเป็นมืออาชีพมากขึ้น  

“การเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนสัญญาณทางการเมืองว่า พรรคภูมิใจไทยกำลังพยายามขยับบทบาทจากพรรคการเมืองลำดับรอง ไปสู่พรรคหลักในการบริหารประเทศ โดยใช้ความพร้อมของบุคลากรและความเป็นมืออาชีพเป็นจุดขายสำคัญในสนามเลือกตั้งครั้งนี้” นายเชษฐา กล่าว.