นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ส่วนแนวโน้มดัชนีราคาผู้ผลิตปี 69 มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องจากปี 68 และขยายตัวในกรอบจำกัด โดยปัจจัยสำคัญมาจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง การแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดผู้ส่งออกสินค้าเกษตร ค่าเงินบาทที่คาดว่าจะแข็งค่าไปอีกระยะหนึ่ง ประกอบกับการไหลเข้าของสินค้าราคาถูกจากต่างประเทศที่มีแนวโน้มเข้ามาเพิ่มขึ้น ทดแทนการผลิตภายในประเทศ ส่งผลให้ภาคการผลิตหดตัว จากความสามารถในการแข่งขันที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป อาจมีการขยายตัวเล็กน้อยเป็นบางช่วงตามการบริโภคที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว
ส่วนดัชนีราคาผู้ผลิตของไทย เดือน ธ.ค. 68 เท่ากับ 109 ลดลง 1.8% จากกปีก่อน โดยเป็นผลจากการลดลงของราคาสินค้า หมวดผลิตภัณฑ์เกษตรกรรมและการประมง ลดลง 10.4% ประกอบด้วย ข้าวเปลือก จากราคาส่งออกในปีนี้ปรับตัวตามการแข่งขันในตลาดโลกที่สูง ผลปาล์มสด จากราคาน้ำมันปาล์มดิบในตลาดโลกในปีนี้ที่ต่ำ ยางพาราจากราคารับซื้อที่ลดลง หลังอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่องตามค่าเงินบาทที่แข็งค่า สุกรมีชีวิต โคมีชีวิต และกุ้งแวนนาไม จากความต้องการบริโภคที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ
“การที่ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือน ธ.ค. 68 ในภาพรวมปรับตัวลดลงเกิดจากปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ราคาพลังงานที่ปรับตัวลดลงตามราคาตลาดโลก ค่าเงินบาทที่ยังคงแข็งค่า ส่งผลต่อราคาสินค้าที่ผลิตเพื่อการส่งออก และเศรษฐกิจโลกในภาพรวมที่ชะลอตัว ส่งผลให้อุปทานส่วนเกินในตลาดโลกสูง”
นายนันทพงษ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมาจากหมวดผลิตภัณฑ์จากเหมือง ลดลง 10.2% จากการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ ได้แก่ น้ำมันปิโตรเลียมดิบ และก๊าซธรรมชาติซึ่งราคาเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับตลาดโลก สินแร่โลหะ แร่เหล็ก และสังกะสี จากอุปสงค์ที่ลดลงของภาคอุตสาหกรรม และหมวดผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ลดลง 0.3% จากการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหาร ได้แก่ ข้าวสาร น้ำตาลทราย เนื้อสุกร กลุ่มผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ และอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มผลิตภัณฑ์ยางและพลาสติก ได้แก่ ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง น้ำยางข้น



