สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงการากัส ประเทศเวเนซุเอลา เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ว่าความสัมพันธ์ด้านน้ำมันระหว่างจีนกับเวเนซุเอลา เริ่มต้นอย่างจริงจังในยุคของประธานาธิบดี ฮูโก ชาเวซ ที่ต้องการลดการพึ่งพาสหรัฐ และหันไปหาพันธมิตรใหม่อย่างจีน โดยใช้โมเดล “น้ำมันแลกเงินกู้” (Loans-for-oil)
จีนได้ให้เงินกู้แก่เวเนซุเอลามหาศาล สะสมจนถึงตอนนี้น่าจะมากกว่า 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.86 ล้านล้านบาท) เพื่อนำไปพัฒนาโครงการโครงสร้างพื้นฐานและสวัสดิการสังคม โดยเวเนซุเอลาจะชำระคืนในรูปแบบของ “น้ำมันดิบ” ส่งตรงไปยังโรงกลั่นในจีน
แม้เวเนซุเอลาเผชิญกับวิกฤติเศรษฐกิจและมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐ อย่างหนักหน่วงมากขึ้นในยุครัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างไรก็ตาม จีนยังคงเป็น “ท่อน้ำเลี้ยงหลัก” ของรัฐบาลมาดูโร ในฐานะประเทศผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุด เฉลี่ย 470,000-600,000 บาร์เรลต่อวัน คิดเป็นเกือบ 90% ของการส่งออกทั้งหมดของเวเนซุเอลา
ขณะที่ยักษ์ใหญ่พลังงานของจีนอย่าง ซีเอ็นพีซี และ ซิโนเปค ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ยังคงถือครองสิทธิในแหล่งน้ำมันสำคัญ โดยมีปริมาณน้ำมันสำรองในมือรวมกันกว่า 4,400 ล้านบาร์เรล ผ่านบริษัทร่วมทุนกับ พีดีวีเอสเอ ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของเวเนซุเอลา
แม้บริษัทของรัฐจะระมัดระวังเรื่องการคว่ำบาตร แต่โรงกลั่นน้ำมันอิสระขนาดเล็กในจีนกลายเป็นผู้รับซื้อหลัก โดยมักใช้วิธีการเปลี่ยนชื่อสินค้าหรือใช้ “กองเรือเงา” เพื่อเลี่ยงการตรวจจับ
ภายหลังกองทัพสหรัฐปฏิบัติการจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา และนางซิเลีย ฟลอเรส ภริยา ถึงในกรุงการากัส เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา การเผชิญหน้าด้านผลประโยชน์ในเวเนซุเอลา ระหว่างสหรัฐกับจีนจึงเกิดขึ้น โดยทรัมป์ประกาศชัดเจนว่า จะส่งบริษัทน้ำมันอเมริกันเข้าไปฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานพลังงานในเวเนซุเอลา ซึ่งทับซ้อนกับพื้นที่สัมปทานและท่อส่งน้ำมันที่จีนได้ลงทุนไว้มหาศาล
ปัจจุบัน เวเนซุเอลายังติดหนี้จีนอยู่มากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 311,615 ล้านบาท) จีนกังวลว่ารัฐบาลใหม่ภายใต้การบงการของสหรัฐ อาจปฏิเสธการชำระหนี้เหล่านี้ หรือเบี้ยวสัญญาที่เคยทำไว้กับบริษัทจีน
สำหรับจีน เวเนซุเอลาไม่ใช่แค่แหล่งน้ำมันราคาถูก แต่คือ หมุดหมายทางยุทธศาสตร์ในลาตินอเมริกา การที่สหรัฐพยายามเข้ามาควบคุมทรัพยากรน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดในโลกนี้โดยตรง จึงถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงทางพลังงานของจีนอย่างยิ่ง.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



