เมื่อวันที่ 6 ม.ค. ที่ทำการพรรคเพื่อไทย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยคณะทำงานด้านเศรษฐกิจ และผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย ร่วมหารือกับตัวแทนจากสหพันธ์การขนส่งทางบกและสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายด้านคมนาคมขนส่ง โลจิสติกส์ และแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
โดยตัวแทนจากสมาพันธ์รถบรรทุก ยื่นข้อเสนอเร่งด่วน 4 ประเด็น ประกอบด้วย 1.การกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยต้องการให้มีนโยบายที่ชัดเจนในการแก้ไขปัญหาปากท้องและกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม 2.วิกฤติพลังงาน แนวทางการแก้ไขโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งค่าไฟฟ้าและราคาน้ำมันดีเซล โดยต้องการลดราคาเหลือ 25 บาทต่อลิตร เพื่อลดภาระต้นทุนผู้ประกอบการ

3. แก้ระบบโลจิสติกส์ทั้งระบบ แนวทางแก้ไขปัญหาระบบซัพพลายเชนที่ครอบคลุมทั้ง รถ-เรือ-ราง ให้มีประสิทธิภาพ 4. ปัญหาทุนจีนสีเทาและคอร์รัปชัน นโยบายในการจัดการกับธุรกิจผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ การค้ามนุษย์ รวมถึงปัญหาส่วย และต้นทุนแฝง
นายยศชนัน กล่าวว่า เรามุ่งเน้นการบริหารจัดการเสถียรภาพราคาพลังงาน เพื่อลดความผันผวน ช่วยให้ภาคโลจิสติกส์สามารถวางแผนบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมทั้งระบบ (ถนน-ราง-น้ำ-อากาศ) ในระยะยาว พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดเพื่อขจัดการเรียกรับผลประโยชน์ และตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มทุนนอกระบบ เพื่อสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่โปร่งใสและเป็นธรรม

“เรื่องโลจิสติกส์ถือเป็นหัวใจสำคัญ หากระบบไม่ดี อุตสาหกรรมก็จะไม่เติบโตและนักลงทุนจะไม่เข้ามา ส่วนประเด็นเรื่องธุรกิจสีเทาในภาคขนส่งนั้น เรามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ข้อมูลว่า เจ้าของที่แท้จริงคือใคร แม้ปัจจุบันจะมีฐานข้อมูลอยู่บ้าง แต่จำเป็นต้องเชื่อมโยงข้อมูลกับต่างประเทศเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน โดยเฉพาะการเข้ามาในรูปแบบอสังหาริมทรัพย์หรือโครงการขนาดใหญ่ที่ผิดสังเกต ต้องมีการตรวจสอบติดตามไปถึงการถือกรรมสิทธิ์ร่วม เพื่อป้องกันการฟอกเงินและการทำธุรกิจที่เอาเปรียบคนไทย” นายยศชนัน กล่าว
นายสุริยะ กล่าวว่า ยืนยันว่าแนวทางการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ของสมาคมฯ สอดคล้องกับนโยบายหลักของพรรค และหากได้จัดตั้งรัฐบาลจะเร่งตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาระบบขนส่งทั้งระบบทันที โดยในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ที่ผ่านมาได้ทำสำเร็จไปแล้ว ได้แก่ โครงการมอเตอร์เวย์ 11 สาย มูลค่ากว่า 3.5 แสนล้านบาท

สำหรับปัญหาการขนส่งข้ามแดนไทย-ลาวที่ติดขัดเรื่องอิทธิพลท้องถิ่นนั้น จะใช้การเจรจาระดับรัฐบาล ในรูปแบบการแบ่งปันผลประโยชน์ร่วมกันเพื่อแก้ปัญหา พร้อมกันนี้ได้ประกาศจุดยืนแข็งกร้าวเรื่องส่วยทางหลวง โดยยืนยันความบริสุทธิ์ใจว่าไม่เคยรับผลประโยชน์ และได้คาดโทษข้าราชการกรมทางหลวงหากมีการแอบอ้างเก็บส่วย จะดำเนินการลงโทษขั้นเด็ดขาดและเปิดสายด่วนรับเรื่องร้องเรียนเพื่อกวาดล้างปัญหาให้ลดน้อยลงที่สุด



