เมื่อวันที่ 6 ม.ค. นางสาวมน (นามสมมติ) อายุ 37 ปี อาศัยอยู่จ.ชลบุรี ออกมาเตือนภัยสาว ๆ ที่รักความสวยความงามเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ โดยขอให้พิจารณาเลือกคลินิกให้รอบคอบ ตรวจสอบแพทย์ผู้ให้บริการ และอย่าหลงเชื่อโปรโมชั่นมากเกินไป เพราะตนเองต้องเผชิญปัญหาใบหน้าบวมผิดรูปและรักษาต่อเนื่องนานเกือบ 2 ปี จนถึงปัจจุบันยังไม่กลับมาเหมือนเดิมทั้งหมด
นางสาวมน เล่าว่า เมื่อวันที่ 17 ส.ค.66 ตนต้องการรักษาฝ้าบนใบหน้าจึงค้นหาคลินิกจากเพจเฟซบุ๊กและพบเพจหนึ่งเห็นว่าอยู่ใกล้บ้านจึงทักข้อความไปสอบถาม ต่อมาทางแอดมินนัดหมายให้เข้ารับบริการที่คลินิก ตนจึงเดินทางไปตามนัดพร้อมแจ้งว่าต้องการรักษาฝ้าและได้รับคำแนะนำจากบุคคลหนึ่งในร้านให้ฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มและปรับรูปหน้า พร้อมยืนยันว่าเป็นแพทย์จะเป็นผู้ดำเนินการเอง อีกทั้งเสนอโปรโมชั่นราคา 39,999 บาท สำหรับการฉีดฟิลเลอร์ใบหน้า 1 ครั้ง ทำให้ตนหลงเชื่อ เนื่องจากเห็นว่าสถานที่ดูมีมาตรฐานน่าเชื่อถือจึงตัดสินใจเข้ารับบริการ โดยจ่ายเงินรวม 40,000 บาท และมีการฉีดฟิลเลอร์เข้าบริเวณใบหน้าประมาณ 29 ซีซี ก่อนเดินทางกลับบ้าน
ต่อมาประมาณ 1 สัปดาห์หลังการฉีดครั้งแรก ตนเริ่มมีอาการผิดปกติใบหน้าบวมผิดรูปและมีอาการเจ็บจึงกลับไปปรึกษาที่คลินิก ทางคลินิกให้ยาลดบวมมารับประทาน แต่เมื่อเข้าสัปดาห์ที่ 2 อาการยังไม่ดีขึ้น ตนจึงกลับไปที่คลินิกอีกครั้ง ทางคลินิกบอกว่า “ไม่เป็นไร” และฉีดเพิ่มอีก 1 ครั้ง ประมาณ 10 ซีซี อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นอาการยังไม่ดีขึ้น ตนยังคงกลับไปติดตามอาการที่คลินิกเดิมอย่างต่อเนื่อง โดยทางคลินิกให้ยาลดบวมและยาแก้ปวดรักษาต่อเนื่องนานกว่า 1 ปี แต่อาการไม่หาย
กระทั่งวันที่ 24 ก.ค.68 ตนเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลเพื่อตรวจหาสาเหตุว่าแพ้อะไรหรือไม่ แต่ผลตรวจไม่พบภาวะแพ้ ตนจึงเริ่มสงสัยว่าอาการอาจเกี่ยวข้องกับการฉีดฟิลเลอร์ หลังจากนั้นตนยังคงกลับไปที่คลินิกเดิม จนประมาณเดือนพ.ย.68 ทางคลินิกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ซึ่งการรักษาครั้งแรกอาการบวมเริ่มลดลง และปัจจุบันดีขึ้นมาก
นางสาวมน ระบุว่า เบื้องต้นได้เข้าแจ้งความไว้และร้องเรียนไปยังแพทยสภาแล้ว ส่วนทางคลินิกมีการเยียวยาเป็นเงินจำนวนหนึ่ง แต่ตนยืนยันว่าการแจ้งความและร้องเรียนไม่ได้ทำเพราะเรื่องเงิน หากแต่ต้องการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากทางคลินิกไม่ยอมรับผิดชอบต่ออาการที่เกิดขึ้น อีกทั้งตนยังไม่แน่ใจว่าผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์ให้เป็นแพทย์จริงหรือไม่ เพราะชื่อที่ติดหน้าห้องกับบุคคลที่ทำหัตถการดูไม่ตรงกัน



