สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงโบโกตา ประเทศโคลอมเบีย เมื่อวันที่ 9 ม.ค. ว่า ผู้นำทั้งสองคนสนทนาทางโทรศัพท์เป็นครั้งแรกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา นับเป็นการลดความตึงเครียดระหว่างกัน หลังทรัมป์ข่มขู่ว่าจะปฏิบัติการทางทหารต่อโคลอมเบีย ภายหลังกองกำลังสหรัฐโค่นล้มประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา
“ทรัมป์และเปโตร ให้คำมั่นว่าดำเนินการร่วมกันในการต่อต้านกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติ (อีแอลเอ็น) ซึ่งเป็นกลุ่มกบฏติดอาวุธขนาดใหญ่กลุ่มสุดท้ายที่เหลืออยู่ของโคลอมเบีย” นายอาร์มันโด เบเนเด็ตติ รมว.มหาดไทยของโคลอมเบีย กล่าวในการให้สัมภาษณ์
Colombia President Gustavo Petro has agreed with US President Trump to take “joint action” against a rebel group accused of cocaine smuggling on the border with Venezuela, says Bogota’s interior minister.
— Al Jazeera English (@AJEnglish) January 8, 2026
???? LIVE updates: https://t.co/Rc1yQdNy3W pic.twitter.com/aiQ2Hy98tA
ทั้งนี้ ทางการโคลอมเบียกล่าวหาว่า อีแอลเอ็นเปิดฉากโจมตี ลักพาตัวทหารโคลอมเบีย และถอยร่นไปยังฐานที่มั่นในเวเนซุเอลา ซึ่งเบเนเด็ตติกล่าวเพิ่มเติมว่า เปโตรขอให้ทรัมป์ช่วยโจมตีอีแอลเอ็นอย่างหนัก ที่ชายแดนติดกับเวเนซุเอลา
โคลอมเบียและเวเนซุเอลา มีพรมแดนร่วมกันยาว 2,200 กิโลเมตร ซึ่งกลุ่มติดอาวุธต่าง ๆ แย่งชิงการควบคุมผลกำไรจากการค้ายาเสพติด การทำเหมืองผิดกฎหมาย และการลักลอบขนสินค้า
ด้านนายคาร์ลอนส์ เวนแลนเดีย อดีตผู้นำอีแอลเอ็น ที่ผันตัวมาเป็นนักวิเคราะห์ความขัดแย้ง กล่าวว่า แม้กลุ่มกบฏมีประสบการณ์สูงในการทำสงครามกองโจรภาคพื้นดิน แต่พวกเขาทำอะไรไม่ได้ในสงครามทางเทคโนโลยี ซึ่งรัฐบาลวอชิงตันอาจใช้กลยุทธ์นี้ในปฏิบัติการทางทหารต่ออีแอลเอ็น.
เครดิตภาพ : AFP



