ท่ามกลางสังคมที่เผชิญความเปลี่ยนแปลงรอบด้าน เสียงของเด็กและเยาวชนอาจดูแผ่วเบาในสายตาผู้ใหญ่ ทว่าความคิดสร้างสรรค์และประสบการณ์ชีวิตธรรมดา ๆ ของพวกเขา กลับเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ทรงพลังได้อย่างคาดไม่ถึง แนวคิดนี้ถูกถ่ายทอดอย่างชัดเจนผ่านนิทรรศการศิลปะวันเด็กแห่งชาติ 2569 ซึ่งเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้บอกเล่าเรื่องราวของตนเองต่อสาธารณะ

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี โครงการแห่งการให้ที่ยั่งยืน เปิดตัว ‘fai-fah Art Exhibition 2026’ นิทรรศการศิลปะระดับประเทศต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด ‘The Ordinary – We CHANGE เราอาจจะธรรมดา…แต่เรากำลังเปลี่ยนแปลงโลกในแบบของเรา’ เพื่อสะท้อนพลังความคิดสร้างสรรค์และศักยภาพของเยาวชนจากศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี พร้อมต้อนรับวันเด็กแห่งชาติ 2569 โดยเปิดให้เข้าชมฟรี ระหว่างวันที่ 6-11 มกราคม 2569 เวลา 10.00-20.00 น. ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ห้อง Studio ชั้น 4

‘ปิติ ตัณฑเกษม’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี กล่าวว่า ทีทีบีดำเนินธุรกิจภายใต้ปรัชญา Make REAL Change โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนควบคู่กับการขับเคลื่อนความยั่งยืนบนกรอบ B+ESG หัวใจสำคัญคือการลงทุนในศักยภาพของเยาวชน ผ่านแนวคิด ‘สอนให้จับปลา แทนการให้ปลา’ เพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ปัจจุบัน ศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิทีทีบี มีทั้งหมด 5 แห่ง ได้แก่ ประชาอุทิศ จันทน์ บางกอกน้อย สมุทรปราการ และนนทบุรี ทำหน้าที่เป็นพื้นที่การเรียนรู้ฟรีสำหรับเยาวชนที่ขาดโอกาส อายุ 12-17 ปี เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตและศิลปะควบคู่กัน

ปิติกล่าวเพิ่มเติมว่า ทีทีบีภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ และเชื่อมั่นว่าศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงอีกมากมาย ผลงานที่จัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เด็กธรรมดาก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้ หากได้รับโอกาสและการสนับสนุนที่เหมาะสม

สำหรับ fai-fah Art Exhibition : The Ordinary – We CHANGE เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้นำเสนอผลงานสู่สาธารณชนอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ถ่ายทอดเรื่องราวการเติบโต แรงบันดาลใจ และพลังการเปลี่ยนแปลงจากชีวิตจริงของเด็กไฟ-ฟ้า ผ่านผลงานศิลปะจัดวางและมัลติมีเดียกว่า 80 ชิ้น โดยเชื่อว่าศิลปะไม่เพียงช่วยเสริมสร้างความภาคภูมิใจในตัวเองให้กับเยาวชน แต่ยังสามารถจุดประกายให้สังคมร่วมกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น

นิทรรศการแบ่งออกเป็น 5 โซน เริ่มจาก ‘Change from Within’ ที่ชวนผู้ชมกลับมาทำความเข้าใจตัวเอง ผ่านพื้นที่เงียบสงบซึ่งสะท้อนว่า การเปลี่ยนแปลงโลกเริ่มต้นจากการมองเห็นคุณค่าภายใน ต่อด้วย ‘The Ordinary Life’ ที่นำสิ่งของธรรมดาอย่างภาพถ่าย ข้อความ โต๊ะ และเก้าอี้ มาผสมผสานเป็นงานศิลปะ แทนความฝัน ความหวัง และการเติบโตของเด็กไฟ-ฟ้า โซน ‘The Spark’ ถ่ายทอดพลังของเยาวชนรุ่นใหม่ผ่านศิลปะและดิจิทัล ขณะที่ ‘Reflection’ ใช้กระจกและคำถามเรียบง่ายเพื่อชวนผู้ชมทบทวนการเปลี่ยนแปลงในใจตนเอง ปิดท้ายด้วย ‘Together, We CHANGE’ พื้นที่ส่งต่อพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง ผ่านข้อความ ความตั้งใจ และคำขอบคุณจากผู้เข้าชม