สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม ทรูธ โซเชียล ว่ากลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของอเมริกา จะลงทุนรวมกันเป็นมูลค่าอย่างน้อย 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 3.14 ล้านล้านบาท )
การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนทรัมป์มีกำหนดพบหารือ กับตัวแทนเจ้าหน้าที่ระดับสูงของบริษัทพลังงานชั้นนำหลายแห่ง เกี่ยวกับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของเวเนซุเอลา และผู้นำสหรัฐน่าจะพยายามโน้วน้าวให้ภาคเอกชนสนับสนุนแผนการของรัฐบาลวอชิงตัน ในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา หลังปฏิบัติการจับกุมประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา และนางซิเลีย ฟลอเรส ภริยา เมื่อวันที่ 3 ม.ค. ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ เเวเนซุเอลาซึ่งถูกสหรัฐคว่ำบาตรมาตั้งแต่ปี 2562 เป็นประเทศซึ่งมีปริมาณน้ำมันดิบสำรองมากที่สุดในโลก ราว 303,000 ล้านบาร์เรล คิดเป็นประมาณ 1 ใน 5 ของทั้งโลก แต่นับตั้งแต่ปี 2567 เวเนซุเอลากลับผลิตน้ำมันได้เพียง 1% ของการผลิตโลก เนื่องจากขาดการพัฒนา และการลงทุนมานานหลายปี ร่วมด้วยผลกระทบจากการคว่ำบาตร
Trump on Venezuela:
— Javier Blas (@JavierBlas) January 9, 2026
– First political prisoners released
– Release is "very important and smart gesture"
– US/Venezuela working "well"
– Collaboration "especially" going well in oil/gas
– No need for further second wave of attacks
– Big Oil to invest at least $100 billion pic.twitter.com/3HNKPgvRrb
ขณะที่นายคริส ไรธ์ รมว.กระทรวงพลังงานสหรัฐ กล่าวว่า การฟื้นฟูและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของเวเนซุเอลา ต้องใช้เวลาอีกนานหลายปี โดยใช้เงินลงทุนมหาศาล
มีรายงานว่า ในเบื้องต้นสหรัฐวางแผนตรียมส่งน้ำมันชนิดเบาไปผสมกับน้ำมันดิบของเวเนซุเอลาที่หนืดและกลั่นยาก เพื่อให้ง่ายต่อกระบวนการผลิต และจะมีการ “ทยอยยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเฉพาะส่วน” เพื่อให้สามารถขายและขนส่งน้ำมันเวเนซุเอลาออกสู่ตลาดโลกได้สะดวก.
เครดิตภาพ : REUTERS



