เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 9 ม.ค. ที่ศาลาว่าการกทม.เสาชิงช้า เขตพระนคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก กรุงเทพมหานคร อัพเดทถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯว่า สาเหตุที่ฝุ่นในกรุงเทพฯสูงช่วงปลายปีถึงต้นปีที่ผ่านมา เกิดจาก3 ปัจจัยคือสภาพอากาศปิด การเผาชีวมวลและการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ เกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งนี้ถ้าเราสามารถตัดปัจจัยที่ทำให้เกิดฝุ่นบางอย่างไปได้ฝุ่นก็จะไม่หนักมาก

ที่ผ่านมากทม.ทำเรื่องฝุ่นมาตลอด ขอขอบคุณหลายหน่วยงานที่ร่วมมือกันทั้ง ปภ. กรมควบคุมมลพิษ รวมถึงภาคเอกชน จะเห็นได้ว่าสถานการณ์ฝุ่นปี68 เทียบกับปี67 โดยเดือนธ.ค.67 ค่าฝุ่นมีสีส้มเฉลี่ย10วัน แต่เดือนธ.ค.ปี68 เหลือ 6 วันถือว่าค่าฝุ่นดีขึ้น 40% ส่วนค่าเฉลี่ยฝุ่นPM2.5ของธ.ค.ปี67 33.1 มคก/ลบ.ม. ธ.ค.ปี68 เหลือ 29.1 มคก/ลบ.ม. จากมาตรการต่างๆที่เราทำลดลงไป 12% สำหรับจุดเผาที่เราเข้าไปควบคุม แถวฝั่งตะวันออกที่อยู่ใกล้ปริมณฑลจาก 2,265 จุดเหลือ 1,628 จุด ลดลง 28%
“เชื่อว่า การดูแลฝุ่นเรามาถูกทางแล้ว สถานการณ์ฝุ่นของปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปลายปีจนถึงต้นปีนี้คือม.ค.69 ตั้งแต่วันที่ 1-8 ม.ค. จะเห็นว่าปี 68 ค่าฝุ่นสูงสีส้มมี 7 วัน ปี69 มี1 วัน ลดลง86% ส่วนค่าเฉลี่ยฝุ่นPM2.5ของม.ค.ปี68 44.0 มคก/ลบ.ม. ม.ค.ปี69เหลือ 29.6 มคก/ลบ.ม. ลดลง 33% จุดเผาจาก 165 จุดเหลือ 68 จุด ลดลง 59% จึงเห็นได้ว่าสถานการณ์ฝุ่นของเราดีขึ้นและช่วงนี้ก็มีอากาศเย็น”

นายชัชชาติ กล่าวต่อไปว่า แต่ในสัปดาห์หน้าเป็นจุดวิกฤติ พบว่าอัตราการระบายที่มีการพยากรณ์มา เมื่ออัตราการระบายมากกว่า 2000 ตร.ม.ต่อวินาทีอากาศจะดี แต่เมื่อเข้าสู่อากาศปิด ฝาชีครอบแล้วไม่มีการระบายออก ฝุ่นจะเริ่มสะสม ซึ่งจะเห็นได้ว่าวันนี้ฝุ่นจะเริ่มสะสมโดยเริ่มเห็นบางจุดเข้าสู่ค่าฝุ่นระดับสีเหลือง จากตอนเช้าที่เป็นระดับสีเขียว และเข้าสู่เสาร์อาทิตย์ก็จะเริ่มสะสมมากขึ้น จันทร์ถึงพฤหัสบดี การระบายอากาศจะต่ำมีอัตราการระบายอยู่ที่ 600-1,000 ตร.ม.ต่อวินาที และเป็นจุดที่อากาศจะปิดในอาทิตย์หน้า
เพราะฉะนั้นเราจึงต้องเตรียมรับมือตั้งแต่วันนี้ เพราะเมื่ออากาศปิดถ้าไม่มีฝุ่นมาเติม สถานการณ์จะไม่เลวร้ายมากจะไม่ขึ้นถึงระดับสีแดง แต่ถ้าเรายังเติมฝุนเข้าไปเช่น ใช้รถยนต์เยอะ มีการเผาชีวมวลเข้ามา ก็จะทำให้อากาศยิ่งแย่ลงเพราะฉะนั้น เราจึงต้องลดปัจจัยที่ทำให้เกิดฝุ่น โดยจะมีมาตรการ 5 เรื่องที่จะขอความร่วมมือเพื่อรับมือสถานการณ์ PM 2.5 ตั้งแต่วันที่ 10-17 ม.ค.69
1.ขอความร่วมมือ Work From Home(WFH) ในวันจันทร์ที่ 12-13 ม.ค.69 เนื่องจากพบว่า ค่าฝุ่น PM อยู่ในระดับสีส้มมากกว่า 35 เขต ปัจจุบันกทม.มีเครือข่ายWFH 200,000 กว่าคนและบริษัทห้างร้าน 300 กว่าราย เพื่อลดปริมาณการจราจรบนท้องถนน
2.ประกาศพื้นที่ควบคุมเหตุแต่ร้อนรำคาญห้ามเผาขยะและหญ้าเด็ดขาด ดังนั้นถ้ามีใครหรือเจ้าของที่ดินใดมีการเผาขยะเผาหญ้าในพื้นที่ เราจะส่งเทศกิจ ไปตรวจและปรับตาม กฎหมาย ในพื้นที่กรุงเทพฯการเผาจากการเกษตรเป็นศูนย์แล้ว ที่ผ่านมาไม่มีการเผาจากเกษตรเลยเนื่องจากได้มีการนำรถอัดฟางไปให้อัดฟางขาย แต่ยังมีการเผาขยะหรือเผาหญ้าอยู่บ้าง ทั้งนี้ได้สั่งการไปแล้วต้องตรวจอย่างเข้มข้นเพราะ 1 สัปดาห์นี้เป็นช่วงวิกฤต

3.กทม. เดินหน้าออกกวดขันตรวจสอบไซส์ก่อสร้างโรงงานและอู่รถเมล์กำจัดต้นตอของ PM 2.5
4.ขอความร่วมมือห้ามเผาใน 6 จังหวัดต้นลมของกรุงเทพฯในวันที่ 10-17 ม.ค.69 โดย ได้ประสานผ่านทางปลัดกระทรวงมหาดไทยไปแล้ว ประกอบด้วย จังหวัดปทุมธานีนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ช่วยงดการเผา 100% ในช่วงนี้ เพราะเป็นช่วงที่อากาศปิด เพราะเมื่อจังหวัดรอบข้างนี้เผาจะทำให้ลมที่พัดมาจากทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือพัดเข้ามาที่กรุงเทพฯ ทางนี้ที่ผ่านมา กทม. ได้พูดคุยกับ ผวจ.นครนายกและเกษตรกรในพื้นที่เพื่อหาทางออกร่วมกัน ในการแก้ไขปัญหาการเผาของภาคเกษตร
และ 5. ร่วมเป็นหูเป็นตาโดยประชาชนที่พบเห็นเหตุของ PM 2.5 สามารถแจ้งร้องเรียนได้ผ่าน Traffy Fondue.




