สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ว่า สำนักงานเลขาธิการศาลฎีกาสหรัฐเผยแพร่เอกสาร เกี่ยวกับคำวินิจฉัยคดี ซึ่งคดีดังกล่าวเป็นคดีอาญา โดยไม่มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับคดีเรื่องอำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ในการเรียกเก็บภาษีศุลกากรกับประเทศคู่ค้าทุกแห่งบนโลก ตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์
The US Supreme Court didn’t rule on challenges to President Donald Trump’s tariffs Friday, as the justices issued the first full-scale opinion of their term https://t.co/G928QkKXs0
— Bloomberg (@business) January 9, 2026
อนึ่ง โดยปกติแล้วศาลฎีกาสหรัฐจะไม่ประกาศล่วงหน้าว่า จะมีคำตัดสินในคดีใดออกมาบ้าง ซึ่งศาลมีกำหนดประชุมครั้งต่อไป ในวันที่ 14 ม.ค. นี้
ขณะที่นายเควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติของสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลยังคงหวังว่าจะเป็นฝ่ายชนะคดี หรืออย่างน้อยที่สุด ศาลมีคำพิพากษาในทางที่เป็นคุณแก่รัฐบาล และเปิดเผยด้วยว่า กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกแห่งประชุมร่วมกัน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพื่อพิจารณาขั้นตอนที่จะดำเนินการต่อไปในอนาคต
The Supreme Court did not issue a decision on Trump’s tariff case on Friday. The ruling has been pushed off and looks likely to come next week instead. White House NEC Director Kevin Hassett told CNBC that the administration expects to win but has contingency plans if the Court… pic.twitter.com/wIBvShl32p
— Drop Site (@DropSiteNews) January 9, 2026
ด้านนายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.การคลังสหรัฐ กล่าวว่า รัฐบาลจะบังคับใช้มาตรการเก็บภาษีภายใต้อำนาจทางกฎหมายอื่น หากศาลฎีกามีคำวินิจฉัยไม่เห็นชอบต่อมาตรการภาษีฉุกเฉิน ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
อย่างไรก็ตาม เบสเซนต์ยอมรับว่า หากรัฐบาลเป็นฝ่ายแพ้คดี ความยืดหยุ่นและอำนาจต่อรองของทรัมป์ในเรื่องดังกล่าว “จะลดลงอย่างมาก” โดยยกตัวอย่างการขู่จะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนในอัตรา 100% เพื่อตอบโต้กรณีรัฐบาลปักกิ่งควบคุมการส่งออกแม่เหล็กจากแร่หายาก ซึ่งสำคัญต่ออุตสาหกรรมการผลิตหลายประเภทของสหรัฐ และทำให้ทั้งสองประเทศส่งทีมงานมาเจรจากัน
ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของการวินิจฉัยคดีภาษีทรัมป์ คือการพิจารณาว่า ทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตของกฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (ไออีอีพีเอ) ฉบับปี 2520 หรือไม่
หากศาลสูงสุดของสหรัฐพิพากษาว่า การใช้อำนาจของทรัมป์ในเรื่องดังกล่าวมิชอบด้วยกฎหมาย รัฐบาลวอชิงตันอาจต้องคืนเงินบางส่วนที่เรียกเก็บจากนานาประเทศ ซึ่งทุกฝ่ายรวมถึงศาลเองกังวลว่า จะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากอย่างมาก แต่ไม่ว่าคำตัดสินจะออกมาอย่างไร จะถือเป็นการ “เปลี่ยนสมดุลครั้งสำคัญ” ระหว่างฝ่ายบริหาร กับฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการของสหรัฐ.
เครดิตภาพ : AFP



