สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ว่า ยูเอ็นเอชซีอาร์ระบุว่า ประชากร 5.4 ล้านคน ต้องออกจากบ้านของตัวเองในปีที่แล้ว ส่งผลให้จำนวนผู้ลี้ภัย หรือผู้ที่อยู่ในสถานการณ์คล้ายคลึงกับผู้ลี้ภัยทั่วโลก รวมเป็น 41.6 ล้านคน รวมถึงผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์ 6 ล้านคน
ในขณะเดียวกัน ยูเอ็นเอชซีอาร์พบว่า ผู้ลี้ภัยและผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ ประมาณ 14.7 ล้านคน เดินทางกลับบ้านแล้ว ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้น 50% จากปีที่แล้ว และสูงเป็นอันดับสองนับตั้งแต่ปี 2508 โดยส่วนใหญ่เดินทางกลับไปยัง 6 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์คองโก) ซูดาน ซีเรีย อัฟกานิสถาน ยูเครน และเมียนมา
The number of people displaced worldwide by conflict and persecution fell in 2025 for the first time in a decade, but levels of refugees facing long-term displacement remain unacceptably high, a U.N. refugee agency report said on Thursday. https://t.co/ns7IvzBF32
— Reuters Africa (@ReutersAfrica) June 11, 2026
อย่างไรก็ตาม ยูเอ็นเอชซีอาร์ระบุว่า หลายคนเดินทางกลับไปเผชิญกับสภาพความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก ไม่ว่าจะเป็น การเข้าถึงบริการพื้นฐานที่จำกัด ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานในวงกว้าง และความไม่มั่นคงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนและความปลอดภัยของพวกเขา
ทั้งนี้ รายงานชี้ให้เห็นว่า วิกฤติในตะวันออกกลางส่งผลต่อแนวโน้มการพลัดถิ่นทั่วโลกในปี 2569 โดยมีผู้พลัดถิ่นชั่วคราวในอิหร่านประมาณ 3.2 ล้านคน นับตั้งแต่สหรัฐและอิสราเอล โจมตีร่วมกันเมื่อช่วงสิ้นเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ขณะที่ผู้คนประมาณ 1 ล้านคน ถูกบังคับให้ออกจากบ้านของพวกเขาในเลบานอน นับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 2 มี.ค. ท่ามกลางการโจมตีทางอากาศและคำสั่งอพยพของอิสราเอล.
เครดิตภาพ : REUTERS



