เมื่อวันที่ 10 ม.ค. นางสาวอมร (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ประวิทย์ ยงยุทธ ผู้กำกับการสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี และผู้ควบคุมศูนย์รับแจ้งความอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี อำเภอเมืองลพบุรี ภายหลังได้รับหมายเรียกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความว่าถูกหลอกให้โอนเงินไปยังบัญชีธนาคารที่เป็นชื่อของตน
นางสาวอมร เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนถูกชักชวนให้เปิดบัญชีธนาคารจำนวน 2 บัญชี และมีการว่าจ้างให้ไปทำงานที่ประเทศกัมพูชา โดยเสนอค่าจ้างเดือนละ 18,000 บาท ต่อมามีรถมารับพาเดินทางไปยังรีสอร์ทแห่งหนึ่งในจังหวัดสระแก้ว ซึ่งพบว่ามีผู้หลงเชื่อในลักษณะเดียวกันอีกหลายคนพักอยู่ จากนั้นมีบุคคล 2 คน พาตนและเพื่อนอีก 5 คน เดินข้ามช่องทางธรรมชาติไปยังฝั่งกัมพูชา
ระหว่างเดินข้ามแดน ได้เกิดเหตุทหารกัมพูชาใช้อาวุธปืนยิงไล่หลัง ทำให้ผู้นำทางหลบหนี ทิ้งให้ตนและเพื่อนอีก 4 คนถูกจับกุม ก่อนถูกส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกัมพูชา และมีการติดต่อให้นายจ้างมารับตัวไปในพื้นที่ชายแดนอีกแห่งหนึ่ง
ภายหลังถูกส่งตัวไปทำงาน ตนและเพื่อนคนไทยอีกหลายคนถูกควบคุมตัวไว้ ไม่ได้รับค่าตอบแทน และถูกบังคับให้ทำงานเกี่ยวกับบัญชีการเงิน ต่อมาเกิดเหตุยิงถล่มอาคารบริเวณชายแดน นายจ้างได้ขนย้ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หลบหนี แต่กลับขังคนไทยไว้ภายในอาคาร ก่อนจะพาขึ้นรถตู้ไปยังอาคารอีกแห่งในเมืองปอยเปต โดยถูกบังคับให้สแกนใบหน้า เปิดบัญชีเพิ่ม และโอนเงินจากบัญชีของตนไปยังบัญชีของนายจ้าง ซึ่งมีการเปลี่ยนสกุลเงินไปมา
นางสาวอมร ระบุว่า พบว่าคนไทยบางรายมีเงินหมุนเวียนในบัญชีหลายสิบล้านบาท และเมื่อยอดเงินรวมครบทุก 500 ล้านบาท จะมีการแสดงความยินดีจากกลุ่มผู้ควบคุม ทั้งนี้ ในแต่ละวันมีเงินโอนเข้าออกบัญชีต่าง ๆ ของกลุ่มดังกล่าวรวมกันหลายพันล้านบาท หากผู้ใดคิดหลบหนีหรือขัดขืนจะถูกทำร้ายร่างกาย บางรายถูกนำตัวออกไปทรมานและไม่กลับมาอีก
กระทั่งต่อมา บัญชีของตนถูกอายัดหรือกลายเป็นบัญชีตาย ไม่มีประโยชน์ต่อขบวนการ นายจ้างจึงปล่อยตัว โดยพาไปทิ้งไว้บริเวณริมป่าอ้อยในช่วงเช้ามืด พร้อมบอกให้เดินไปเรื่อย ๆ จะพบทางออก ตนจึงเดินจนถึงแนวชายแดน และพบกับทหารไทย ก่อนถูกจับในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย เมื่อชำระค่าปรับและเดินทางกลับบ้าน จึงพบว่ามีหมายเรียกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมาก
นางสาวอมร ฝากเตือนประชาชนว่า การรับสมัครงานในลักษณะดังกล่าวไม่เป็นความจริง และผู้ที่ถูกหลอกไปอาจไม่ได้โชคดีเหมือนตนเอง พร้อมระบุว่ายังมีคนไทยอีกจำนวนมากที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในประเทศกัมพูชา



