เมื่อวันที่ 10  ม.ค. ที่ฝูงบิน 601 กองบิน 6 กองบัญชาการกองทัพอากาศ (บก.ทอ.) ได้มีการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ได้ให้ความสำคัญกับวันเด็กในทุกปี และเตรียมพร้อมการแสดงขีดความสามารถและความเข้มแข็งของกองทัพ เพื่อการเป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชน โดยเฉพาะแรงบันดาลใจจากนักบินและกำลังพลที่พึ่งเสร็จสิ้นจากปฏิบัติการทางอากาศในพื้นที่ชายแดน 

ด้าน พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ให้สัมภาษณ์ในการจัดกิจกรรมวันเด็กของ ทอ. ว่า ในนามกองทัพอากาศต้องขอบคุณผู้ปกครองที่นำเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาติมาร่วมงานวันเด็กและเราได้รับการลงทะเบียนมากถึง 100,000 คน ที่ไม่นับรวมเยาวชนที่วอล์กอินเข้ามา เยาวชนคืออนาคตของชาติประเทศชาติ จะพัฒนาไม่ใช่มีเพียงเศรษฐกิจ สังคม หรือการเมืองที่เข้มแข็ง แต่ความมั่นคงทางทหารก็จำเป็นจะต้องเข้มแข็งไปด้วย ทุกท่านคงทราบว่าเราไม่สามารถเป็นประเทศที่ยืนหยัดอยู่ในโลกนี้ได้อย่างสง่าผ่าเผย ถ้าเราไม่มีกองทัพที่เข้มแข็ง

พล.อ.อ.เสกสรร กล่าวอีกว่า ตนและกองทัพอากาศได้แสดงให้เยาวชนเห็นว่าถ้าเยาวชนของประเทศไทยเราจะก้าวต่อไปเป็นอนาคตของชาติ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพไหนก็ตาม ก็ขอให้นึกเสมอว่าอนาคตของเราคือประเทศชาติที่มั่นคงและเข้มแข็ง

ผู้สื่อข่าวถามว่าในปีนี้จะมีเปิดรับสมัครทหารอากาศหรือไม่ พล.อ.อ.เสกสรร กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่พิเศษ เพราะปกติเรามีช่องทางในการสมัครเป็นนักบินอยู่แล้ว กองทัพอากาศต้องบอกว่าเครื่องบินกับนักบินเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งที่เป็นศักยภาพที่แท้จริง แต่เบื้องหลังคือเจ้าหน้าที่ผู้ที่ทำหน้าที่ทั้งช่างซ่อมเครื่องบิน ช่างติดอาวุธ ช่างซ่อมระบบต่าง ๆ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัย การเข้าเป็นนักบินได้เป็นหนึ่งในสาขาอาชีพที่ทำให้กำลังกองทัพอากาศเข้มแข็ง และอยากประชาสัมพันธ์ว่าทุกวันนี้เทคโนโลยีเราก้าวหน้าไปมาก สงครามยุคใหม่ไม่ได้มีเพียงแค่กำลังทางอากาศ เพราะเรารบด้วยไซเบอร์เรารบด้วยโดรน เราต้องมีขีดความสามารถ เราต้องมีเยาวชนที่มีความรู้ความสามารถที่ไม่เหมือนในอดีต

พล.อ.อ.เสกสรร กล่าวว่า ที่พานักบินหญิงมาที่นี่ อยากให้รู้ว่าสกิลการบินไม่ใช่มีแค่ผู้ชายที่ทำได้ แต่ผู้หญิงก็มีศักยภาพทัดเทียมกันเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นนโยบายที่จะผลักดันให้มีนักบินหญิงเกิดขึ้นในปีนี้ จึงอยากเชิญชวนเยาวชนที่อายุไม่เกิน 22 ปี ปัจจุบันมีนักบินหญิงทั้งหมด 7 คน และรอบนี้จะเปิดรับเพิ่มอีก 4 คน แต่จริง ๆ แล้วทางกองทัพต้องการมากกว่านั้น ไม่ใช่เพียงแค่นักบินอย่างเดียว แต่นักบินหญิงเหล่านี้จะต้องเป็นได้ทั้งนักบินรบ และนักบินลำเลียง

พล.อ.อ.เสกสรร กล่าวอีกว่า สำหรับเครื่องบินต่าง ๆ ที่นำมาแสดงในวันนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเครื่องบินที่ใช้ในการเสริมกำลังตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ผ่านมาด้วย อย่างไรก็ตามกองทัพอากาศได้ทำหน้าที่ป้องป้องอธิปไตย อย่างเต็มที่และบูรณาการร่วมกับทุกฝ่าย จนสุดท้ายสามารถลดทอนขีดความสามารถของศัตรูได้ วันนี้เราทำให้ศัตรูของเราอ่อนแอลง แต่เราก็ไม่ประมาท มีกำลังพร้อมเสมอ 

พล.อ.อ.เสกสรร กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนความฝันวัยเด็กของตนนั้น อยากเป็นทนายความ เนื่องจากมีความชอบส่วนตัวในข้อกฎหมาย แต่ต้นตระกูลตั้งแต่โตและพ่อเป็นนักบิน จึงมีการซึมซับจากคนในครอบครัวและภาคภูมิใจทุกครั้งที่เห็นพ่อและคุณปู่ออกไปรบ และเป็นการเสริมกำลังร่วมรบกับประเทศอื่น อาทิ เวียดนาม เกาหลี