เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2569 พรรคกล้าธรรม (กธ.) นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้สมัคร สส.นครนายก ของพรรค ได้แก่ นายปิยวัฒน์ กิตติธเนศวร ผู้สมัคร สส.นครนายก เขต 1 หมายเลข 2 และนายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ผู้สมัคร สส.นครนายก เขต 2 หมายเลข 4 ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน จ.นครนายก ในหลายจุดสำคัญของจังหวัด อาทิ ตลาดเก่าองครักษ์ ตลาดบ้านนา ตลาดอำเภอเมือง และตลาดนัดวัดวังปลาจีด ท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง มีประชาชน พ่อค้า แม่ค้า ให้การต้อนรับและร่วมพูดคุยสะท้อนปัญหาเศรษฐกิจ

โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกของการหาเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้ และจังหวัดนครนายก ถือเป็นที่ที่ตนผูกพัน เนื่องจากเป็นจังหวัดที่ตนเคยใช้ชีวิตและศึกษาจบจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และเป็นพื้นที่ที่เราส่งผู้สมัครทั้ง 2 เขต ซึ่งล้วนเป็นคนที่พี่น้องประชาชนรู้จัก มีประสบการณ์ เป็นอดีต สส. หลายสมัย การเริ่มต้นที่นี่จึงถือเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยหาเสียงจังหวัดแรกที่นี่


“ผมขอฝากถึงพี่น้องชาว จ.นครนายก ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีโครงสร้างเศรษฐกิจด้านการเกษตรเป็นหลัก โดยเฉพาะ อ.องครักษ์ ที่มีการปลูกข้าวเป็นจำนวนมาก ว่าพรรคกล้าธรรมให้ความสำคัญกับปัญหาราคาข้าวและต้นทุนการผลิตเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งถือเป็นโจทย์สำคัญในนโยบายของพรรค และวันนี้ต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ที่ให้การต้อนรับพวกเราและตอบรับผู้สมัครของพรรคเป็นอย่างดี” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว


ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อด้วยว่า จ.นครนายก เป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีศักยภาพสูง ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติและความใกล้กรุงเทพมหานคร ซึ่งเอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในระยะยาว ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น น้ำตกหลายแห่ง ที่สามารถผลักดันให้จังหวัดนครนายก ก้าวจากเมืองรองขึ้นสู่การเป็นเมืองหลักได้ไม่ยาก หากมีการวางแผนและบริหารจัดการอย่างจริงจัง



ร.อ.ธรรมนัส กล่าวต่อว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตนจะไม่มีวันหยุด โดยหลังจากนครนายก จะเดินทางต่อไปยัง จ.ปทุมธานี จ.ร้อยเอ็ด และ จ.ขอนแก่น ตามลำดับ เพื่อพบปะประชาชนและสื่อสารนโยบายของพรรคให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค ส่วนกรณีที่หลายพรรคการเมืองเริ่มเปิดตัวทีมบริหารหรือว่าที่รัฐมนตรีจากคนนอก ตนมองว่ายังไม่ถึงเวลา และควรให้เกียรติการตัดสินใจของประชาชนก่อน โดยขอให้รอผลการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. 69 จากนั้นจึงค่อยว่ากันเรื่องการจัดตั้งทีมบริหารประเทศ



เมื่อถามว่า มีความกังวลต่อการเลือกตั้งครั้งนี้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่มี สบายๆ พรรคกล้าธรรมจะเดินหน้าสื่อสารนโยบายที่มุ่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานราก พ่อค้าแม่ค้า และเกษตรกร ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะนโยบายธนาคารเพื่อประชาชน จะต้องทำให้ได้เพื่อคนฐานราก และสุดท้ายก็ให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจเลือกพรรคและผู้แทนที่เห็นว่า สามารถดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของท่านได้ดีที่สุด.



