สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐส่งคณะทำงานซึ่งประกอบด้วยฝ่ายการทูตและฝ่ายความมั่นคงจาก “หน่วยงานกิจการเวเนซุเอลา” ซึ่งใช้พื้นที่ภายในสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำโคลอมเบีย ตั้งเป็นสำนักงานชั่วคราว เดินทางถึงกรุงการากัส เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อประเมินสถานการณ์เบื้องต้น สำหรับการเตรียมกลับมาดำเนินงานการทูตในเวเนซุเอลา


ทั้งนี้ สหรัฐถอนนักการทูตและระงับการดำเนินงานด้านการทูตในเวเนซุเอลา ตั้งแต่ปี 2562 เนื่องจากประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐบาลสมัยแรกของทรัมป์ เนื่องจากสหรัฐให้การรับรองนายฮวน กวยโด ผู้นำฝ่ายค้านของเวเนซุเอลาในเวลานั้น ให้เป็นผู้นำคู่ขนานกับมาดูโร


นายมาร์โก รูบิโอ รมว.การต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า จำเป็นต้องส่งคณะทำงานลงพื้นที่ในเวเนซุเอลาก่อน เพื่อตรวจสอบสภาพอาคารสถานทูตว่ายังสามารถใช้งานได้หรือไม่ เนื่องจากถูกปิดทิ้งไว้หลายปี รวมถึงประเมินมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรของสหรัฐจะไม่ตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะได้รับบาดเจ็บหรือถูกจับเป็นตัวประกัน


ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศเวเนซุเอลายืนยันว่า เริ่มต้น “กระบวนการทางการทูตขั้นสำรวจ” กับสหรัฐ เพื่อรื้อฟื้นภารกิจทางการทูตของทั้งสองประเทศ รวมถึงหารือเกี่ยวกับผลกระทบจากสิ่งที่เรียกว่าเป็น “การรุกรานและลักพาตัว” มาดูโรและนางซิเลีย ฟลอเรส ภริยา นอกจากนี้ เวเนซุเอลายังเตรียมส่งคณะนักการทูตเดินทางไปยังสหรัฐ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะเดียวกัน.

เครดิตภาพ: AFP